‘ศุภจี’ ถก นบข.นัดแรกเคาะ 5.9 หมื่นล้าน ดูแลราคาข้าว

Date:

วันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมว่าคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 โดยกล่าวเปิดประชุมว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้เกิดผลให้ห่วงโซ่การผลิตมีภาวะที่เป็นแรงกดดันค่อนข้างมาก  ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น   ในเรื่องต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรที่มีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น  

รวมถึงการคาดการณ์ในเรื่องของสภาพอากาศ ที่มีการคาดว่าปีนี้จะมีปัจจัยเสี่ยง ในเรื่องของปรากฏการณ์เอลนีโญ่  ซึ่งจะทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ ผลผลิตของเกษตรกร  

รัฐบาลตระหนักว่า ทุกปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น   เราต้องมาทบทวนในเรื่องของมาตรฐานที่มี เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ ให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง และจะสามารถสะท้อน  ในสิ่งที่เป็นความท้าทาย   และการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องนี้เราต้องดูแลกันทั้งกระบวนการ    ตั้งแต่เรื่องผลิต  การรวบรวม และการเปิดตลาดข้าวเพิ่มขึ้น 

“มาตรการในวันนี้จะพยายามให้ครอบคลุมในทุกเรื่อง  โดยเราจะยึดหลักใน 3  เรื่องด้วยกัน  เรื่องแรกบริหารจัดการราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม     เรื่องที่สองเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันข้าวไทย  ทั้งด้านคุณภาพมาตรฐานและโลจิสติกส์  และเรื่องที่สาม สร้างเสถียรภาพตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ”นางศุภจี กล่าว   

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย เปิดเผยว่าที่ประชุมฯ นบข.เห็นชอบมาตรการ รักษาเสถียรภาพ ราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต2569/70และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้ กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) รวมจำนวน 5 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 5.94 หมื่นล้านบาท  โดยจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป 

ประกอบไปด้วย 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม: 41,483.33 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็น วงเงินสินเชื่อ 34,275.00 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท 

2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70วงเงินรวม: 15,656.25 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบ แบ่งเป็น วงเงินสินเชื่อ 15,000.00 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท 

3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 564.00 ล้านบาท การจัดสรรงบแบ่งเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน 

4. โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 1,680.00 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน (ใช้งบกลางฯ) และ 5.โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570  วงเงินรวม: 84.00 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน 

ทั้งนี้จากการหารือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนากับที่ประชุม นบข.ทางสมาคมฯ ได้เสนอขอรับความช่วยเหลือในส่วนของ ข้าวนาปี ในอัตรา 2,000 บาทต่อไร่ จำกัดไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือนซึ่งเป็นการเสนอขอเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยได้รับ 1,000 บาทเมื่อปีการผลิตที่ผ่านมาโดยขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำเสนอให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าว (นบข.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา ก่อนจะส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมชุดใหญ่ นบข.เพื่อขออนุมัติต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอ มาตรการคูปองปุ๋ย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการผลิต โดยเสนอให้สนับสนุนคูปองมูลค่า 200 บาทต่อกระสอบ จำกัดไม่เกิน 20 ใบต่อครอบครัว หรือคิดเป็นมูลค่าช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาท ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกซื้อปุ๋ยได้ทุกสูตรตามความต้องการ โดยเบื้องต้นทาง นบข. ไม่ขัดข้องในหลักการและให้เสนอผ่านคณะอนุกรรมการตามขั้นตอนเช่นเดียวกัน

นายปราโมทย์กล่าวต่อว่าในสถานการณ์ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 6,500 – 7,000 บาทต่อไร่ ทั้งจากค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าน้ำมัน ขณะที่ราคาขายข้าวอยู่ที่ประมาณตันละ 4,500 – 6,000 บาท ซึ่งทำให้เกษตรกรอยู่ในภาวะขาดทุนจากการผลิต การได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม และคูปองปุ๋ยจึงจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง

สำหรับมาตรการการประกันภัยนาข้าว ที่ประชุม นบข.ให้กลับไปทบทวนใหม่เนื่องจากเกรงว่าจะมีความซ้ำซ้อนกับระบบการชดเชยเยียวยาภัยพิบัติที่มีอยู่เดิม 

สำหรับการจ่ายข้าวนาปังที่ยังค้างจ่ายให้กับเกษตรกรที่ประชุมเห็นชอบให้จ่ายเงินที่ค้างอยู่ให้กับเกษตรกร 230,000 ราย ในส่วนของงบประมาณโครงการข้าวนาปังปีที่ผ่านมา วงเงินประมาณ 1,792 – 1,800 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มีงบประมาณพร้อมจ่ายทันทีเมื่อขั้นตอนเอกสารเสร็จสิ้น

“ในฐานะตัวแทนเกษตรกรได้พยายามชี้แจงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงต่อภาครัฐ ซึ่งในภาพรวมทิศทางการช่วยเหลือถือว่าเป็นไปในทางที่ดี และมาตรการต่าง ๆ กำลังถูกเร่งรัดเพื่อให้ถึงมือชาวนาทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด”นายกสมาคมชาวนา กล่าว 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

การไฟฟ้า แถลงโซลาร์ภาคประชาชน ลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นราย

PEA และ MEA แถลงความคืบหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นราย แจงปมราคาติดตั้งภาคเหนือคาดเคลื่อน

นายกฯ อนุทิน เข้าวัดโพธิ์ชัย พระคู่เมืองหนองคาย ขอประเทศอยู่เย็นเป็นสุข

นายกฯ อนุทิน เข้าวัดโพธิ์ชัย ครอบเกตุหลวงพ่อพระใส พระคู่เมืองหนองคาย ขอประเทศอยู่เย็นเป็นสุข

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร อุดรธานี เยี่ยม Moc Market สนามบิน

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร อุดรธานี เยี่ยม Moc Market สนามบิน หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้ เชื่อมตลาดนักเดินทาง

ประชาธิปัตย์ พร้อมลุยซักฟอกรัฐบาล ล็อกเป้า 3-4 รมต.

‘อภิสิทธิ์’ ระบุ ประชาธิปัตย์ พร้อมลุยซักฟอกรัฐบาล เล็ง 3-4 รมต. จี้แก้ปมค่าครองชีพ-กังขาความโปร่งใสเงินกู้