
วันที่ 1 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีแอร์โฮสเตส สายการบินไทย ถูกตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) จับกุมหลังจากขนเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าผ้า และยังมีกรณีพบชาวต่างชาติขนยาเสียสาวเดินทางจากไทยไปออสเตรเลียอีกด้วย
ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการด่วนจากประเทศฝรั่งเศสให้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดทั้งหมด รวมถึงการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) มาประชุมในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมนี้
ทั้งนี้ มีรายงานว่านายกรัฐมนตรีไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังจากเกิดเหตุการณ์ทั้ง 2 เหตุการณ์ เนื่องจากกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ และต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบิน และตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ในปี 2571

‘ทรงศักดิ์’ ยืนยัน ไทยไม่ใช่ทางผ่านยาเสพติด
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลการปราบปรามยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สอด จ.ตาก อาจเป็นสาเหตุทำให้มียาเสพติดทะลักเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ ว่า ส่วนตัวมองว่าเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเรื่องนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ซึ่งยิ่งเรามีข้อมูลการเล็ดรอดของยาเสพติดตามแนวชายแดนยิ่งต้องไปเฝ้าระวัง จึงมองว่าไม่ได้เป็นประเด็นอะไร อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการใช้คำถึงขั้นว่าประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านของยาเสพติด นายทรงศักดิ์ ตอบกลับทันทีว่า ”เป็นทางผ่านไม่ได้หรอก ถ้าเรามีมาตรการป้องกันให้มันดี มันไม่สามารถผ่านไปได้ ยกเว้นการมีช่องที่ปล่อยปะละเลย ซึ่งในหลักการทุกคนต้องปฏิบัติตามกฏหมายอยู่แล้ว“
“ผมมีความคิดของผมว่าคนที่กล้ากระทำสิ่งเหล่านี้ สืบเนื่องมาจากที่เรียกว่าระวางโทษ จึงต้องไปทบทวนดูว่าระวางโทษ เรื่องนี้เบาไปหรือไม่ ทำให้คนไม่เกรงกลัวบทบัญญัติของกฎหมาย ถ้าคนมันกลัวกฎหมายจนไม่กล้าทำ ก็คงไม่มี รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ ถ้าโทษหนักจนรับไม่ไหวก็คงไม่มีคนกล้าทำ แต่ถ้าโทษยังรับไหว ยังมีช่องว่างของการกระทำความผิดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน“
นายทรงศักดิ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้หากมาดูตัวเลขของราคายาเสพติด ราคาไม่ได้แพงเหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากปริมาณมีมาก ราคาจึงถูก จึงขอย้ำว่าต้องดูเรื่องของโทษว่าเบาไปหรือไม่ จึงทำให้คนไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และต้องมาถอดบทเรียนในเรื่องนี้
เมื่อถามว่ามีการเสนอกฎหมายเพิ่มโทษหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีการพูดกันอยู่ในหลายเวที แต่ก็ต้องไปแก้ตัวกฎหมาย อย่างคนที่เข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด แต่ก็ยังกลับเข้าไปสู่วังวนเดิม เท่ากับตัวเลขยังไม่ได้ลดลง เราจึงต้องไปถอดบทเรียนในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเกิดการแก้ไข

‘สุรศักดิ์’ เตรียมตั้งคณะทำงานปราบปรามนอมินีและสิ่งผิดกฎหมาย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจับกุมพนักงานสายการบินซุกซ่อนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย กรณีดังกล่าวจะกระทบกับเรื่องการท่องเที่ยวของไทยและการขออนุญาตวีซ่าหรือไม่ว่า ตนว่าเป็นเรื่องกระทำผิดส่วนบุคคล จะไปเหมารวมว่าคนไทยไปแล้วจะไม่ให้วีซ่า ตนว่าไม่ถึงขั้นนั้น
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบผู้โดยสารขาออก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้บอกให้สนามบินใช้มาตรการที่เข้มข้น เช่นเดียวกับขาเข้าที่มีการตรวจกระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสารขาเข้าอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องวัตถุระเบิด สิ่งผิดกฎหมาย ส่วนขาออกเป็นการตรวจวัตถุอันตราย ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการกระทำความผิด
เมื่อถามว่า นักท่องเที่ยวจะเข้าใจใช่หรือไม่หากเราใช้มาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าเข้าใจ เพราะสิ่งใดที่ทำถูกต้องและปลอดภัย ตนว่าได้รับการสนับสนุนอยู่แล้ว อาจจะกระทบบ้างแต่มีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ตนว่าทุกคนเข้าใจ
เมื่อถามว่า จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำหรือไม่ นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ในมิติของการท่องเที่ยวได้มีการกำชับตำรวจท่องเที่ยวอยู่แล้ว เช่น กรณีต่างชาติที่เดินทางมาอยู่ในประเทศไทยและขนยาเสพติดไปก็มี หรือคนไทยที่เดินทางและมีเรื่องยาเสพติด โดยในส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ดูแลคือนักท่องเที่ยวที่อยู่เกินกำหนดเวลา หรือมีการกระทำความผิด หรือการพักพิงต่างๆก็ต้องกวดขัน ต้องไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย หากพบต้องดำเนินการใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องมาตรการของสนามบิน เช่น การตรวจคนเข้าเมืองที่กำกับดูแลโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายกฯ ก็สั่งการโดยตรง
นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในมิติตำรวจท่องเที่ยวที่ตนกำกับดูแลก็ต้องดำเนินการในส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ผิดกฎหมายทั้งหมดอย่างจริงจังรวมถึงนอมินี ทั้งนี้ตนกำลังจะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานปราบปรามนอมินีและสิ่งผิดกฎหมาย ในมิติการท่องเที่ยวตามอำนาจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยเป็นการทำงานแบบชุดม้าเร็ว ทำเรื่องนี้โดยเฉพาะ รวมถึงการลงไปตรวจตามจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศจากส่วนกลางโดยตรง ซึ่งจะทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกวาดล้างอย่างจริงจัง ฉะนั้นเรื่องอิทธิพลในพื้นที่เมื่อมีส่วนกลางเข้าไปสนับสนุนก็จะทำงานได้ดีขึ้น เขาก็จะกล้าทำอะไรได้อีกเยอะ



