‘ไทย-เมียนมา’ ลงนาม MOU แรงงานฉบับใหม่ ขยายกรอบความร่วมมือ 5 ปี

Date:

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีสาระสำคัญของการลงนาม MOU ความร่วมมือด้านแรงงานกับประเทศเมียนมา ว่า ตามเดิม MOU ระหว่างไทยกับเมียนมามีมานานแล้ว ซึ่งเราเคยดำเนินตามฉบับเก่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อน และหมดอายุหมดรอบไปแล้ว จึงต้องมีการดำเนินการใหม่เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศเมียนมาถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ต้องลงนามในครั้งนี้ด้วย ซึ่งหลังจากมีการเลือกตั้งที่เมียนมา ทางนั้นได้ประสานมาเพื่อที่จะทำความตกลง และข้อเท็จจริงเรามีการพูดคุยกันมาตลอด เพราะเราต้องดูแลแรงงานเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชน และหลักการตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ซึ่งจุดนี้รัฐบาลไทยเริ่มดำเนินการในการเจรจา โดยกระทรวงแรงงานเป็นผู้ดำเนินการได้มีข้อสรุปตรงกันและปรับแก้ในรายละเอียดบางอย่าง เช่น ชื่อกระทรวงของเมียนมาที่มีการเปลี่ยนแปลง และการปรับแก้ส่วนสำคัญบางจุด ในเรื่องกรอบระยะเวลาของ MOU ที่เพิ่มระยะเวลาเป็น 5 ปี เพื่อให้สามารถจะดำเนินการขึ้นทะเบียนแรงงานให้เป็นไปตามกฏหมายได้อย่างครบถ้วน และให้ทุกคนสามารถเข้ามาดำเนินการเป็นแรงงานที่ถูกต้อง รวมถึงกรอบระยะเวลาของสัญญานอกภาคเกษตร เนื่องจากภาคเกษตรเป็นการทำตามฤดูกาล บางครั้งอาจมีสัญญาที่สั้นกว่า เช่น 1 ปี และแรงงานนอกภาคเกษตรเราปฏิบัติตามคำเรียกร้องของภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้พบเจอกับสมาคมการก่อสร้างเขาก็มาเรียกร้องว่าลักษณะของสัญญาขอเป็น 2 ปี เราจึงดำเนินการในเรื่องนี้ 

“ในวันนี้สิ่งที่เราเซ็นในเอ็มโอยู ก็ระบุว่า ในกรณีที่เป็นกลุ่มนอกภาคการเกษตร สามารถทำสัญญาได้ถึง 2 ปีซึ่งเป็นสัญญาหลัก และถือเป็นกลไกที่เราจะเดินหน้า หลังจากนี้จะต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีการลงทะเบียนแรงงานที่ถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง สำหรับแรงงานที่ตกหล่นหรือกำลังจะหมดอายุในปีที่จะถึงนี้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสามารถดำเนินการได้เมื่อไหร่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆจะนำเข้า ครม. ในเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า น่าจะดำเนินการได้ เพราะเราต้องเร่งดำเนินการ

เมื่อถามว่า ตามเอ็มโอยูจะมีแรงงานที่ตกค้างได้รับสิทธิประมาณเท่าไหร่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับแต่ละรอบตัวเลขอาจไม่ชัด เพราะขณะนี้ข้อมูลไม่ได้อยู่ในมือ แต่แรงงานเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทยทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งเราต้องยอมรับในข้อเท็จจริงว่า เป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทย ดังนั้น สิ่งแรกที่เราต้องมีการพูดคุยกันเพิ่มเติม คือต้องแก้ไขอะไรที่เป็นคอขวด เช่น เรื่องการลงทะเบียน หรือการพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งทางเมียนมาพร้อมให้ความร่วมมือ

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องกระบวนการในการดูแลสวัสดิการของแรงงานเหล่านี้ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับที่กระทรวงแรงงานดูแลคนไทยทุกประการ ซึ่งถือเป็นหลักสากล โดยเราจะดำเนินการให้ครบถ้วน นอกจากนี้ วันนี้เราต้องการดึงคนเหล่านี้เข้าสู่ระบบ ที่มีการดูแลอย่างครบถ้วน เช่น ประกันสังคม ซึ่งเราต้องการดำเนินการให้เขาเข้าสู่กระบวนการประกันสังคมได้ และเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วย หรือออกจากงาน ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลที่เราพยายามจะผลักดัน

“วันนี้ต้องเรียนว่า มีบางกลุ่มในอดีตที่ผ่านมาเช่น กลุ่มแม่บ้าน เป็นกลุ่มที่ไม่มีโอกาสได้เข้าสู่ช่องทางที่เป็นประกันสังคม วันนี้กระทรวงเองก็มีการยกร่างกฎหมายเพื่อนำเอาแรงงานที่เป็นกลุ่มอิสระ สามารถเข้าสู่ประกันสังคมได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่เป็นลักษณะเข้าไปแล้วได้รับการคุ้มครองดูแลที่ต่ำกว่า เช่น มาตรา 40 บางกลุ่ม เพราะมีอัตราคุ้มครองดูแลค่อนข้างต่ำไปหน่อย เราต้องการที่จะให้ทุกคนสามารถเข้าสู่กระบวนการได้ ซึ่งรวมถึงแรงงานต่างด้าวด้วย 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์ ขยายโอกาส Reinvent Thailand เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่ตลาดใหม่

แบงก์ชาติ ยกระดับคุม ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน ป้องกันปัญหาเงินเทาและภัยทุจริต

แบงก์ชาติ ยกระดับคุม ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน ป้องกันปัญหาเงินเทาและภัยทุจริต ประกาศปิดรับสมัครการยื่นขอใบอนุญาตชั่วคราวปี 2570

กรุงไทย – กรมลดโลกร้อน หนุน SMEs ก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

กรุงไทย-กรมลดโลกร้อน ต่อยอดเวที IMF-World Bank หนุน SMEs ก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม

รัฐบาลแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ช่วง 5 – 7 พ.ย.

รัฐบาลแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ช่วง 5 – 7 พ.ย. โดยเฉพาะชาวใต้และชาวภูเก็ต ช่วง 7 – 9 พ.ย. ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.