กระทรวงอุตฯ ยกเครื่อง ‘อนุญาต-กำกับโรงงาน-บังคับใช้กฎหมาย’

Date:

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยกเครื่องกลไกการกำกับโรงงานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุญาต การกำกับโรงงาน และการบังคับใช้กฎหมาย ที่นำเอาระบบ e-license ระบบ iSingleForm และระบบตรวจโรงงาน i-Auditor มาใช้ร่วมกันเป็นครั้งแรก ซึ่งระบบต่าง ๆ จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแบบครบวงจร ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมาย มีการปรับแนวทางการกำกับและการลงโทษโรงงานโดยคำนึงถึงประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น ควบคู่กับการแก้กฎหมายโรงงานและกฎหมายกากอุตสาหกรรม ดังนี้

1. การอนุญาตโรงงาน (รง.4) – “นำระบบ e-license มาใช้แบบเต็มรูปแบบ” 

ลดการใช้ดุลยพินิจ ช่วยให้การพิจารณาเป็นไปตามหลักวิศวกรรมและกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบกิจการอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยลดระยะเวลาในการพิจารณาลงได้กว่า 28 วัน  

2. การกำกับโรงงาน – “ปรับแผนตรวจ ใช้ข้อมูลและเครื่องมือใหม่” 

จากเดิมที่เจ้าหน้าที่จัดทำแผนตรวจตามลำดับโรงงานกลุ่มเสี่ยง ยกระดับสู่การใช้ข้อมูลชี้เป้าการตรวจสอบโรงงานอย่างตรงจุด โดยการพัฒนาระบบรายงานข้อมูล หรือ iSingleForm ซึ่งระบบดังกล่าว นอกจากจะนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ดัชนีอุตสาหกรรมประกอบการจัดทำนโยบายขับเคลื่อนภาคการผลิตแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นระบบช่วยให้ผู้ประกอบการประเมินตนเอง (Self-Declaration) ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนแล้วหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการทวนสอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา  

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก iSingleForm จะถูกนำไปใช้ในการวิเคราะห์และชี้เป้าการทำแผนตรวจสอบโรงงาน เช่น โรงงานมีข้อมูลการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ผิดปกติ มีการใช้น้ำ ไฟฟ้าและวัตถุดิบที่ไม่สมดุลกับกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์หรือไม่ หรือเข้าข่ายสวมสิทธิทางการค้า เป็นต้น ซึ่งข้อมูลผิดปกติเหล่านี้ จะถูกแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่หน้างาน เช่นเดียวกับระบบรับเรื่องเรียน “แจ้งอุต” ที่เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบและเฝ้าระวัง โดยเจ้าหน้าที่จะใช้ระบบการตรวจสอบโรงงานอย่างมีมาตรฐาน หรือ i-Auditor เข้าทำการตรวจสอบโรงงานและรายงานผลที่สามารถตรวจสอบได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 

“ข้อมูลจากทุกระบบจะเชื่อมโยงถึงกันหมด เราพยายามสร้างเวชระเบียนของโรงงาน เช่นเดียวกับประวัติการรักษาคนไข้ในโรงพยาบาล ที่จะเห็นประวัติการประกอบการทั้งหมดของโรงงาน เพื่อให้สามารถส่งเสริมและกำกับได้อย่างตรงเป้า” ดร.ณัฐพลฯ กล่าว

3. การบังคับใช้กฎหมาย – “ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์มาตรฐาน จัดการกากฯ ไม่ถูกต้อง สั่งหยุดโรงงานทันที” 

ในอดีต เมื่อโรงงานก่อมลพิษ เช่น ปล่อยน้ำเสียหรืออากาศเสียเกินเกณฑ์มาตรฐาน แม้เจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงานภายในเวลาที่กำหนด (มาตรา 37 วรรคหนึ่ง พรบ.โรงงานฯ) แต่มักพบว่า ตลอดช่วงเวลานั้น โรงงานก็ยังคงเดินเครื่องผลิต มิหนำซ้ำบางกรณียังมีการขอขยายเวลาข้ามเดือน ในขณะที่โทษปรับทางอาญาสำหรับการฝ่าฝืนเกณฑ์มาตรฐานก็ต่ำเกินกว่าจะสร้างความเกรงกลัว โรงงานบางแห่งจึงมองค่าปรับเป็นเพียงต้นทุนในการทำธุรกิจที่คุ้มเสี่ยง ในขณะที่ประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายไปแล้ว 

กระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้ปรับรูปแบบการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เปลี่ยนจากการกำกับที่เน้น “การคุ้มครองการเติบโตทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมในมิติเดียว” มาสู่มุมมองที่ยึดหลัก “ส่งเสริมผู้ประกอบการดี ควบคู่ความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ” ยกระดับการสั่งการ กรณีโรงงานปล่อยมลพิษเกณฑ์มาตรฐานและจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง ให้สั่งหยุดโรงงาน (มาตรา 39 วรรคหนึ่ง พรบ.โรงงานฯ) เพื่อเร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขโรงงาน 

การสั่งหยุดโรงงานไว้ก่อน ไม่เพียงแต่เป็นการตัดวงจรมลพิษทันทีนับแต่วันออกคำสั่ง แต่ยังเป็นการใช้ผลกระทบทางธุรกิจ (การขาดรายได้ การเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ) เป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจและบทเรียนเชิงลงโทษ ซึ่งจะกระตุ้นให้โรงงานมีการประกอบการอย่างใส่ใจและระมัดระวังมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการพลิกให้ความรับผิดชอบในการเร่งแก้ไขโรงงานให้ประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายกลับไปอยู่ที่ตัวโรงงานเองอย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการคืนพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการภาคการผลิตที่ดีอีกด้วย 

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังเร่งแก้ไข พรบ.โรงงาน และจัดทำ พรบ.จัดการกากอุตสาหกรรม เพื่ออัพเดทกฎหมายให้สอดรับบริบทการประกอบธุรกิจในปัจจุบันและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ พร้อมรับมือภัยพิบัติ

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ ได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมแล้ว ประสาน ปภ.-ห้างค้าส่ง คุมเข้มห่วงโซ่อุปทานรับมือภัยพิบัติ

กรมศุลกากร ยึด ‘เต่า’ ตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับกรมประมง กรมอุทยาน ฯ ตำรวจ บก. ปทส. และคลังสินค้าฯ ตรวจยึดเต่าตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ จากนครนิวยอร์กสู่ทำเนียบรัฐบาล หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำ ขยายโอกาสการค้า–การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว ปลื้ม ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ‘B20-E20’ เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง