กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอง ‘ธุรกิจบัตร’ เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา

Date:

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ มอง ‘ธุรกิจบัตร’ เหมือนรถไฟเหาะตีลังกา คาดเดาได้ยาก  สภาพแปรป่วนสูง กระทบเป้าทั้งปี

“ถามว่าปีนี้ ธุรกิจบัตรเปรียบเหมือนอะไร ผมว่ามันเหมือนรถไฟเหาะ มีขึ้นสุด ลงสุด เป็นเหวี่ยงอยู่ตลอดเวลา คาดเดาอะไรค่อนข้างยาก สภาพค่อนข้างแปรป่วน” นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ฉายภาพอย่างตรงไปตรงมาของธุรกิจบัตรปี 2569 

นายอธิศ อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า ตั้งแต่ปลายปี 2568 มีการคาดกันว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะไม่ได้ แต่ปลายปีก็มีแรงหนุนจากท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจปี 2568 ขยายตัวได้ 2.4% มากกว่าที่ทุกฝ่ายคาดการณ์

แรงส่งของปี 2568 ยังมาถึงเดือนมกราคม 2569 ทำให้คิดว่าทั้งปีนี้น่าจะดี แต่เดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 มีสงคราม หลายแห่งก็อยู่แป๊บเเดียวก็จบแล้ว แต่ปรากฎว่ายิงๆ หยุดๆ อย่างนี้มาถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินคาดการณ์ มีวิกฤตพลังงาน ราคาสินค้า เราก็คิดว่าการใช้บัตรเครดิตจะต้องตกลง แต่ความเป็นจริงไม่ตกอย่างที่คิดไว้

“ในวิกฤต ย่อมมีโอกาส และก็มีอะไรที่เหนือการคาดการณ์มากๆ ซึ่งธุรกิจบัตรเครดิตรวมอยู่ด้วย” นายอธิศ กล่าว

เขาบอกว่า ผลการดำเนินการของกรุงศรี คอนซูเมอร์ ในครึ่งปีแรก 2569 เป็นสีเขียวเกือบหมด ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย

ซึ่งตัวเลขผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ของกรุงศรีคอนซูเมอร์ ออกมาเช่นนั้น โดยยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 284,100 บัญชี โต 4%, ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 196,700 ล้านบาท โต 3%, ยอดสินเชื่อใหม่ 47,200 ล้านบาท โต 4% ตัวเดียวที่ยังติดลบบางๆ คือยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 134,200 ล้านบาท ลดลง 1%

ส่วนหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ระดับ 1.1% สำหรับบัตรเครดิตดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่อยู่ 2.1%  และ 1.9% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมที่อยู่ 3.7%

“การเติบโตของกรุงศรี คอนซูเมอร์ กรุ๊ป ยังให้น้ำหนักการเติบโตของกลุ่มบัตรเครดิตเป็นหลัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทำให้การบริหารหนี้เสียโดยรวมของกรุงศรี คอนซูเมอร์ กรุ๊ป อยู่ในระดับต่ำ” นายอธิศ กล่าว

เขากล่าว ถึงการขยายธุรกิจบัตรสินเชื่อบุคคลที่ปัจจุบันมีสัดส่วนตลาดอยู่ 12% ถือว่าไม่มาก แต่สามารถบริหารเรื่องหนี้เสียได้ดี เขาบอกว่าอยากขยายธุรกิจบัตรสินเชื่อบุคคลให้ได้มากกว่านี้ แต่ถ้าโตกว่านี้เรารู้ว่าหนี้เสียของเราก็ไม่อยู่ที่ 2% ซึ่งเป็นเรื่องของการให้ความสำคัญการบริหารความเสี่ยงมากกว่า มากกว่าการการมุ่งจะขยายการเติบโตของยอดสินเชื่อโดยรวม

“ตอนนี้สัดส่วนบัครเครดิต กับบัตรสินเชื่อบุคลของกรุงศรี คอนซูเมอร์ กรุ๊ป อยู่ที่ 70 ต่อ 30 เราอยากไปอยู่ที่ 60 ต่อ 40 แต่ซึ่งที่เรายังไม่กล้าด้วยสภาพเศราฐกิจแบบนี้ เราจะกล้าเสี่ยงขนาดนั้นเลยหรอ” นายอธิศ กล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

สำหรับเป้าหมายปี 2569 เราตั้งยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี โต 9%, ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 420,000 ล้านบาท โต 6%, ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้าน โต 4%, และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท +3%

“ข่าวดีครึ่งปีแรก 2569 เราทำได้ดีจะภาวะเศรษฐกิจที่เอื้อ แต่ข่าวร้ายคือเราคงพยายามทำให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเราคิดว่าคงไปไม่ถึง แต่เราจะพยายามให้พลาดจากเป้าที่ไว้ให้น้อยที่สุด” นายอธิศ กล่าวยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจบัตร เหมือนเหมือนอยู่บนรถไฟเหาะตีรังกา

สำหรับแผนการให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้มากที่สุด คือ การปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ทั้งบัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, และบัตรเครดิตโลตัส ให้มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตรงใจยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและยอดสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง

นายอธิศ กล่าวต่อไปว่า “จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรของสมาชิกบัตรในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ พบว่า หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย, 2. ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ, 3. ปั๊มน้ำมัน, 4. แพลตฟอร์มออนไลน์ และ 5. ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน

ส่วนหมวดใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตสูงสุด ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มออนไลน์ (+16%), 2. กองทุนรวม (+14%), 3. เสริมความงาม (+12%), 4. กีฬาและนันทนาการ (+10%),               5. ปั๊มน้ำมัน (เติบโต +7%) ชี้ให้เห็นว่าภาพรวมธุรกิจ ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในหมวดสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง, สินค้าในชีวิตประจำวัน และประกันภัย

ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องและเป็นการเติบโตทั้งอุตสาหกรรม ในขณะที่การใช้จ่ายในหมวดไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะหมวดเสริมความงาม กีฬาและนันทนาการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่มักใช้จ่ายออนไลน์ และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางกลับมีแนวโน้มชะลอตัว สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกใช้จ่ายในหมวดไลฟ์สไตล์ที่มีการจัดลำดับความสำคัญท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน

นอกจากนั้น ยังพบว่า ผู้บริโภคนิยมจ่ายแบบผ่อนชำระเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและบริหารสภาพคล่องมากขึ้น โดยเฉพาะในหมวดท่องเที่ยว, สุขภาพและความงาม และคลินิกสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ นายอธิศ ทำให้มองเห็นภาพของธุรกิจบัตรเครดิต และบัตรสินเชื่อบุคคล ได้อย่างเห็นภาพเป็นรูปธรรมว่า มันเหมือนอยู่รถไฟเหาะตีลังกา การบริหารความเสี่ยงมีความสำคัญมากว่ามุ่งแต่เติบโตด้วยยอดตัวเลขสวยหรูระยะสั้น

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’