‘กรณ์’ นำทีมกมธ.การเงินฯ เปิดเวที Stablecoin

Date:

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร จัดสัมมนาเรื่อง “ยุทธศาสตร์ Stablecoin ในเวทีการเงินอาเซียน” ณ อาคารรัฐสภา เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ หน่วยงานกำกับดูแล ภาคการเงิน ภาคสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ในประเด็นโอกาส ความเสี่ยง และแนวทางกำกับดูแล Stablecoin ของประเทศไทย

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานและองค์กรสำคัญทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ **ธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย, SCBX, Artha Institute, Tether, Bitazza Thailand, Solana Foundation และ Token X** สะท้อนว่าประเด็น Stablecoin ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกคริปโทเคอร์เรนซี แต่เชื่อมโยงกับนโยบายการเงิน ระบบชำระเงิน การค้าระหว่างประเทศ ตลาดทุน เทคโนโลยีบล็อกเชน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ[1]

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการและที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า Stablecoin ควรถูกทำความเข้าใจให้ไกลกว่าภาพจำเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเก็งกำไร เพราะเป็นความพยายามสร้างเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ เพื่อรองรับการโอนเงิน การชำระมูลค่า และธุรกรรมข้ามพรมแดนบนโครงสร้างพื้นฐานใหม่

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออก ธุรกิจท่องเที่ยว SMEs ผู้ให้บริการทางการเงิน แรงงานไทยในต่างประเทศ และประชาชนทุกคนที่ใช้ระบบชำระเงินในชีวิตประจำวัน Stablecoin อาจช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการชำระเงินข้ามพรมแดน ช่วยให้ธุรกิจไทยค้าขายกับคู่ค้าในภูมิภาคและทั่วโลกได้คล่องตัวขึ้น และอาจเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจแบบ Tokenization ในอนาคต” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ ย้ำว่า การเปิดรับนวัตกรรมต้องดำเนินควบคู่กับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส วินัยทางการเงิน และการคุ้มครองประชาชน โดยมีคำถามสำคัญที่ประเทศไทยต้องตอบให้ชัดเจน ทั้งเรื่องคุณภาพและความเพียงพอของสินทรัพย์สำรอง ความสามารถในการแลกคืน ความรับผิดชอบเมื่อเกิดวิกฤตสภาพคล่อง การป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนการปกป้องเสถียรภาพของเงินบาท

ภายในงาน คุณปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ Stablecoin ในเวทีการเงินอาเซียน”โดยชี้ว่า นวัตกรรมจะสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืนเมื่อสามารถผ่านมาตรฐานสูงของการเป็น “เงิน” ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อมั่น มูลค่าที่มั่นคง การยอมรับอย่างกว้างขวาง และกลไกคุ้มครองที่รองรับเมื่อเกิดปัญหา

คุณปิติ ระบุว่า การพัฒนาระบบชำระเงินต้องคำนึงถึง 3 เสาหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีที่ปลอดภัย โมเดลเศรษฐกิจที่เหมาะสม และธรรมาภิบาลที่โปร่งใสและทนทานต่อวิกฤต โดยธนาคารแห่งประเทศไทยพร้อมสนับสนุนนวัตกรรมที่มีศักยภาพ เช่น Tokenization และ Programmable Money แต่ต้องไม่ทำให้รากฐานความมั่นคงของระบบการเงินอ่อนแอลง[2]

ด้านคุณนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ได้นำเสนอภาพรวมและทิศทาง Stablecoin ในระดับสากล โดยสะท้อนการขยายตัวของการใช้งาน Stablecoin จากตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไปสู่การชำระเงิน การโอนเงินข้ามพรมแดน และการบริหารสภาพคล่องของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน หลายประเทศกำลังเร่งพัฒนากรอบกำกับดูแล โดยให้ความสำคัญกับสินทรัพย์สำรองเต็มจำนวน ความโปร่งใส การไถ่ถอน และการปฏิบัติตามมาตรการรู้จักลูกค้าและป้องกันการฟอกเงิน

การเสวนาช่วงเช้าในหัวข้อ “มุมมองนโยบายการเงินไทยต่อ Stablecoins” มีผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ SCBX ร่วมแลกเปลี่ยนถึงโจทย์ด้านเสถียรภาพการเงิน หลักเกณฑ์การกำกับดูแล การคุ้มครองผู้ใช้ ความเสี่ยงจาก Stablecoin ที่อ้างอิงเงินตราต่างประเทศ และแนวทางเชื่อมต่อโลกการเงินดั้งเดิมกับนวัตกรรมดิจิทัล

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณณพงศ์ธวัช โพธิกิจ จากธนาคารแห่งประเทศไทย คุณนภนวลพรรณ ภวสันต์ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คุณนเรศ เหล่าพรรณราย จากสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และคุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer ของ SCBX โดยมีคุณวรพจน์ ธาราศิริสกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับช่วงบ่าย การเสวนาหัวข้อ “สมรภูมิการค้าโลกและการใช้ Stablecoin ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” จะขยายมุมมองไปสู่บทบาทของ Stablecoin ต่อการค้าโลก การชำระเงินข้ามพรมแดน การเข้าถึงตลาดของผู้ประกอบการไทย การสร้างโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชน และการชำระราคาสินทรัพย์โทเคน

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย Mr. Raj Nandwani ผู้ก่อตั้ง Artha Institute ซึ่งเชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศของภาคธุรกิจและการเข้าสู่ตลาดโลก, คุณบุณยวีร์ พลายพันธุ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของ Tether, Mr. Tanawat Sutuntivorakoon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitazza Thailand, Mr. Scott Lee หัวหน้าฝ่าย Institutional Growth ของ Solana Foundation และคุณวันรบ บุญธรรม หัวหน้าฝ่าย Investment Banking & Tokenization ของ Token X โดยมี ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปะวณิช เป็นผู้ดำเนินรายการ

ช่วงท้ายของงานเป็นการถาม–ตอบในหัวข้อ “ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสู่การปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทย” เพื่อรวบรวมมุมมองจากทุกภาคส่วนต่อแนวทางออกแบบกติกา การคุ้มครองผู้ใช้ การกำกับสินทรัพย์สำรอง การป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน การทดลองใช้นวัตกรรมในกรอบที่ปลอดภัย และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับภูมิภาคอาเซียน

นายกรณ์กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรมอง Stablecoin เพียงในกรอบว่าจะ “รับหรือไม่รับ” แต่ต้องร่วมกันออกแบบกติกาและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ทำให้นวัตกรรมสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจจริง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร

กบน. ลดราคาน้ำมันดีเซล บี7 0.75 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซิน 1 บาทต่อลิตร มีผล 6 พ.ย. นี้ ขานรับราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่ง จากสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย

SME D Bank จัดแพ็กเกจใหญ่ 3 มาตรการ ‘เติมทุน-เพิ่มสภาพคล่อง-ลดภาระ’

SME D Bank จัดแพ็กเกจใหญ่ 3 มาตรการ ‘เติมทุน-เพิ่มสภาพคล่อง-ลดภาระ’ หนุนเอสเอ็มอี ลุยธุรกิจได้เต็มสูบ คว้าโอกาสโค้งสุดท้ายปลายปี

นายกฯ อนุทิน เผยนักธุรกิจสหรัฐฯ มั่นใจประเทศไทย พร้อมลงทุนเพิ่ม

นายกฯ อนุทิน เผยนักธุรกิจสหรัฐฯ มั่นใจ-เชื่อมั่นเสถียรภาพประเทศไทย พร้อมเพิ่มการลงทุน

ปลัดคลัง เปิดบันได 3 ขั้น ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ EV

ปลัดคลัง เปิดบันได 3 ขั้น ปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ EV กำหนดอัตราภาษี 3 อัตรา จูงใจให้ตั้งโรงงานผลิตในประเทศ และใช้ Local Content 40% อย่างแท้จริง