ประธานสภาอุตฯ ตั้งเป้าจัดซื้อสินค้า Made in Thailand 2 แสนล้านบาท

Date:

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานในช่วง 90 วันแรก ภายใต้ยุทธศาสตร์ “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I” พร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจตามแผน 700 วัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้แก่สมาชิกและภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการวางรากฐานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยเน้นเชื่อมโยงการทำงานระหว่าง ส.อ.ท. ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันข้อเสนอของภาคอุตสาหกรรมเข้าสู่กลไกเชิงนโยบายและนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้อง Chatrium Ballroom ชั้น 4 โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า “ตลอด 90 วันแรกของการทำงาน ส.อ.ท. ได้เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5I ผ่านความร่วมมือในระดับนโยบาย ควบคู่กับการผลักดันให้เกิดผลในทางปฏิบัติ” ภายหลังเข้ารับตำแหน่งและแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารได้ประมาณ 2 สัปดาห์ ได้นำคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อนำเสนอ 6 ข้อเสนอสำคัญของภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมการส่งเสริมสินค้า Made in Thailand การช่วยเหลือ SMEs การปรับโครงสร้างพลังงาน การปฏิรูปกฎหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญที่มีความคืบหน้า คือ “การรื้อฟื้นกลไก กรอ.” เพื่อให้ภาครัฐและภาคเอกชนมีเวทีร่วมกันในการแก้ไขปัญหาภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ. และมีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนงานแล้ว 2 ครั้ง ถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย

สำหรับ I4 ด้านการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้หารือกับนายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จำนวน 2 ครั้ง เพื่อผลักดันประเด็นสำคัญที่มีผลต่อความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิต โดยเฉพาะการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผน PDP2026, การเปิด Direct PPA และการส่งเสริมพลังงานสะอาด 

ด้านการปฏิรูปกฎหมายและธรรมาภิบาล ส.อ.ท. ในฐานะองค์กรภาคเอกชนและเป็น 1 ในสถาบันหลักของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมผลักดันการขับเคลื่อนภารกิจ “Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน” เพื่อต่อต้านการทุจริตและยกระดับความโปร่งใสในระบบเศรษฐกิจไทย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) เพื่อขับเคลื่อนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งการผลักดันข้อเสนอของภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนด้านการปฏิรูปกฎหมาย ส.อ.ท. ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมคณะทำงานปฏิรูปกฎหมาย โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน

ขณะเดียวกัน ในมิติการนำเทคโนโลยี ดิจิทัล นวัตกรรมมาปรับใช้ และการพัฒนากำลังคนแห่งอนาคต ส.อ.ท. ได้เข้าพบและหารือกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และการพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของภาคอุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ได้เข้าพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกระทรวงหลักที่กำกับดูแลและทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยได้สรุปร่วมกันให้มีการประชุมทุก 2 เดือน เพื่อติดตามและประสานงานกันอย่างใกล้ชิด

[เร่งยกระดับ SMEs ใช้ AI – เปิดโอกาสธุรกิจใหม่]

ด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ส.อ.ท. ได้หารือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อร่วมกันพัฒนา SMEs อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ส.อ.ท. ได้รับงบสนับสนุนในการผลักดันการนำ AI มาใช้เพิ่มขีดความสามารถของ SMEs ผ่านโครงการ AI Camp 

ขณะเดียวกันยังได้หารือกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมของ ส.อ.ท. เพื่อนำมาต่อยอดและสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในทุกรูปแบบ

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า นอกจากการทำงานเชิงนโยบายกับภาครัฐแล้ว ส.อ.ท. ยังเดินหน้าปรับระบบการทำงานภายในองค์กร โดยจัดโครงสร้างการบริหารออกเป็น 31 หน่วยงาน เพื่อให้การทำงานสามารถตอบโจทย์สมาชิกได้ครอบคลุม เชื่อมโยง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับการยกระดับธรรมาภิบาลขององค์กร ทั้งระบบ Corporate Governance การตรวจสอบภายใน และการเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยได้ให้บริษัท PricewaterhouseCoopers ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและตรวจสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลก เป็นผู้ตรวจสอบระบบงาน เพื่อรองรับการปรับปรุงระบบงานให้มีความถูกต้อง โปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การผลักดัน Made in Thailand หรือ MiT ให้เป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มการใช้สินค้าไทย โดยตั้งเป้าหมายการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทยมูลค่า 200,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดไปยัง 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และเครื่องมือแพทย์

“เราจะไม่หยุดเพียง MiT เพราะเป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือการผลักดันโครงการ Buy Thai ให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเปลี่ยนกำลังซื้อให้เป็นคำสั่งซื้อสินค้าไทย เพิ่มการใช้กำลังการผลิต และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย” นางพิมพ์ใจ กล่าว

ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ให้แก่สมาชิก ผ่านความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์ในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้า ต่อยอดธุรกิจ และเข้าถึงตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างรากฐานให้สินค้าไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ รวมถึงการส่งเสริมและขับเคลื่อนมาตรฐาน มอก. 9999 เพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มาปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรม

เดินหน้าช่วงที่เหลือของแผน 700 วัน จาก “นโยบาย” สู่ “ผลลัพธ์”

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 90 วันแรกเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนโครงการหรือกิจกรรม แต่คือการทำให้ยุทธศาสตร์ 5I เชื่อมโยงจาก “นโยบาย” ไปสู่ “การลงมือทำ” และจาก “การลงมือทำ” ไปสู่ “ผลลัพธ์”

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’