
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 15 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึง ความชัดเจนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เฟสสอง ว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อีกแล้ว เห็นได้จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มเติม และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ จึงขอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้พิจารณาต่อโครงการดังกล่าวไปอีกสักระยะได้หรือไม่
เมื่อถามว่า จะต่อโครงการนี้ไปอีกกี่เดือน นางศุภจี ชู 2 นิ้วให้ผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้เป็นแนวทาง เมื่อถามว่า วงเงินจะได้เท่าเดิม 1,000 บาท ต่อเดือนหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า รายละเอียด นายเอกนิติจะเป็นผู้ชี้แจง ต้องมาดูว่าภายใน 2 เดือน จะแคะกระปุกช่วยได้อย่างไร
เมื่อถามว่า จะแคะกระปุกด้วย พ.ร.ก.เงินกู้ หรืองบประมาณรายจ่ายประจำปี นางศุภจี กล่าวว่า มีทุกกระปุกแคะหมดเลย ซึ่งนายเอกนิติจะเป็นผู้ดำเนินการว่าจะใช้กระปุกใด
เมื่อถามว่า กระทรวงพาณิชย์จะมีมาตรการรับมือราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไร นางศุภจี กล่าวว่า ตนได้ซ้อมใหญ่มาแล้วช่วงเดือนมีนาคม เพราะฉะนั้นต้องทำในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ตนได้หารือกับนายเอกนิติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพลังงาน ในรูปแบบวงเล็ก หลังจากนี้จะมีแผนออกมาอธิบายให้ฟัง โดยเป็นมาตรการที่ดำเนินการเลย ไม่รอไปถึงช่วงปลายปี
นางศุภจี กล่าวด้วยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะไม่ได้มีแค่โครงการไทยช่วยไทย พลัส แต่จะมีมาตรการอื่นด้วย เพราะวิกฤตครั้งนี้อาจจะรุนแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะเราช้ำจากรอบแรกและยังไม่ฟื้น ประกอบกับช่วงโควิด โดยจะต้องดูทั้งระบบ



