รองโฆษกรัฐบาล ชี้ข้อเสนอ ‘กรณ์’ ลดภาษีดีเซลต้องคิดให้ครบ

Date:

วันที่ 21 ก.ย. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอของนายกรณ์ จาติกวณิช ที่เสนอให้นำงบประมาณสำหรับต่ออายุโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ไปใช้ลดภาษีน้ำมันดีเซลว่า รัฐบาลรับฟังข้อเสนอ และเห็นตรงกันว่าดีเซลเป็นต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ทั้งภาคขนส่ง เกษตร ประมง และการผลิต แต่การพิจารณามาตรการจำเป็นต้องมองให้ครบกว่าผลที่เกิดขึ้นเฉพาะราคาหน้าปั๊ม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ข้อเสนอยังต้องมีรายละเอียดเพิ่มเติมคือ หากลดภาษีดีเซลแล้วรัฐจะสูญเสียรายได้เท่าไร ประโยชน์จะกระจายไปถึงประชาชนกลุ่มใดมากน้อยเพียงใด ราคาสินค้าและค่าขนส่งจะลดลงจริงแค่ไหน และผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์โดยตรงจะได้รับประโยชน์ในรูปแบบใด

“ดีเซลเป็นต้นทุนของทุกคนจริง แต่ไม่ได้แปลว่าลดภาษีแล้วทุกคนจะได้รับประโยชน์เท่ากัน คนใช้น้ำมันมากย่อมได้ประโยชน์โดยตรงมากกว่า ส่วนคนไม่มีรถต้องดูว่าต้นทุนที่ลดลงจะส่งผ่านไปถึงค่าโดยสาร ค่าอาหาร และราคาสินค้าจริงหรือไม่”

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ประเมินว่า มาตรการลดราคาพลังงานแบบไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญ เพราะครัวเรือนรายได้สูงมักใช้จ่ายด้านพลังงานในจำนวนมากกว่า จึงได้รับประโยชน์เป็นตัวเงินมากกว่า โดยกรณีศึกษาในเนเธอร์แลนด์พบว่า ราว 70% ของมูลค่าจากการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบกว้างตกอยู่กับกลุ่มรายได้กลางบนและรายได้สูง 

IEA ยังระบุว่า ในช่วงวิกฤตพลังงานปี 2022 รัฐบาลทั่วโลกใช้เงินประมาณ 940,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านเงินช่วยเหลือ คูปอง และการลดภาษี แต่มีเพียงประมาณ 25% ที่เป็นมาตรการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยในประเทศพัฒนาแล้วต้องใช้รายได้ราวหนึ่งในสี่ไปกับพลังงาน สะท้อนว่าการช่วยเหลือแบบหว่านกว้างอาจไม่ตรงกับผู้ได้รับผลกระทบหนักที่สุด 

นางสาวลลิดากล่าวว่า ประสบการณ์ต่างประเทศเองก็ไม่ได้ใช้การลดภาษีน้ำมันเพียงเครื่องมือเดียว เช่น เยอรมนีในปี 2022 ลดภาษีพลังงานสำหรับดีเซล 14.04 ยูโรเซนต์ต่อลิตรเป็นเวลา 3 เดือน แต่ทำควบคู่กับเงินช่วยเหลือพลังงาน 300 ยูโรแก่ผู้มีรายได้จากการทำงาน โบนัสเด็ก 100 ยูโร และตั๋วขนส่งสาธารณะเดือนละ 9 ยูโร 

มาตรการลดภาษีดังกล่าวทำให้รัฐบาลเยอรมนีสูญเสียรายได้ประมาณ 3,000 ล้านยูโรในปี 2022 แสดงให้เห็นว่า แม้การลดภาษีจะช่วยกดราคาหน้าปั๊ม แต่ต้นทุนทางการคลังไม่ได้หายไป เพียงเปลี่ยนจากรายจ่ายงบประมาณเป็นรายได้ภาษีที่รัฐจัดเก็บได้น้อยลง 

“ข้อเสนอของคุณกรณ์รับฟังได้ค่ะ แต่ก่อนจะโยกเงินหลายหมื่นล้านบาท ต้องตอบประชาชนให้ได้อย่างน้อย 4 เรื่อง คือ รัฐเสียรายได้เท่าไร ใครได้ประโยชน์เท่าไร ราคาสินค้าจะลดจริงแค่ไหน และคนรายได้น้อยจะได้อะไร รัฐบาลจึงต้องพิจารณาให้ครบทั้งระบบก่อนตัดสินใจ” นางสาวลลิดากล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ ปลื้ม พันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย

‘เอกนิติ’ ปลื้มพันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย เปิดจองรอบใหม่ 20 พฤศจิกายน นี้

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ 

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ ลั่นยึดกม. ไม่เข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการไม่ได้

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70