นายกฯ อนุทิน ลั่น ครม.ชุดนี้ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย

Date:

เมื่อเวลา 09.30 น.(ตามเวลากรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง) ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทีมประเทศไทย

โดยในช่วงหนึ่งนายกฯ กล่าว ยืนยันรัฐบาลชุดนี้จริงจังกับการปราบปรามสแกมเมอร์ ธุรกิจผิดกฎหมาย ยาเสพติดทุกรูปแบบ ซึ่งได้ทำมาต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลอนุทิน 1 จนถึงปัจจุบัน โดย 3 เดือนของรัฐบาลก่อนหน้า รวม 7 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ยึดทรัพย์เครือข่าย สแกมเมอร์ ปัจจุบันมีการยึดทรัพย์ มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ขอให้ความมั่นใจว่า 

รัฐบาลของตนไม่มีใครหากินกับเรื่องพวกนี้เด็ดขาด ไม่มีคณะรัฐมนตรี(ครม.)คนไหนที่ไป มีความสัมพันธ์ กับธุรกิจเทา ธุรกิจเถื่อน ทุกรูปแบบ ย้ําว่าไม่มีอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะประนีประนอม กับผู้กระทำผิดกฎหมาย

รัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐาน ปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ ทำให้ล่าสุด บริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือ ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) จากระดับ ‘Negative’ (เชิงลบ) เป็น ‘Stable’ (มีเสถียรภาพ) และคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศที่ระดับ BBB สะท้อนทิศทางและแนวโน้มที่ดีขึ้นของไทยให้อยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ ถือว่าประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานในการจัดการกับเรื่องดังกล่าวนี้ ที่สถาบันต่างประเทศเป็นผู้ให้การรับรอง จากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือนานาชาติ ทั้ง Fitch Ratings , เอส แอนด์ พี , moody’s

“รัฐบาลมีเสถียรภาพในระดับสูงมาก ทั้งเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้ง ข้าราชการประจำ และกองทัพ ก็มีการทำงานร่วมกันอย่างดี ซึ่งปัจจัยความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศ ที่สามารถนำไปสื่อสารสร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นและนานาชาติได้” นายกฯ กล่าว

นายกฯกล่าวอีกว่า เรื่องยาเสพติด รัฐบาลก็ดำเนินการปราบปรามอย่างเต็มที่ เหลือเพียงอย่างเดียวคือการเข้าไปปราบปรามโรงงานเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ได้เริ่มพูดคุย กรณีที่มีโรงงานที่ผลิตยาเสพติดแล้วเข้ามาขายในประเทศไทย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทย ซึ่งได้พูดคุยเรื่องนี้กับประเทศเพื่อนบ้านด้านฝั่งตะวันตกของเราอย่างชัดเจน ว่าคงจะปล่อยไปเป็นเช่นนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้แสดงให้นานาชาติได้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของประเทศไทยในการปราบปราม อาชญากรรม สิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ สามารถพูดได้เลย พร้อมกันนี้ ยังรับทราบข้อห่วงใยถึงปัญหาการพำนักระยะยาวเกินกำหนด ของคนไทยส่วนหนึ่ง ซึ่งไทยพร้อมจะร่วมมือกับหน่วยราชการญี่ปุ่น และได้มอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)กำชับ ดำเนินการป้องกัน ปราบปราม การกระทำผิดนี้ต่อไป

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ