‘กรณ์’ ผิดหวัง ก.ล.ต. บังคับใช้กฎหมายล้มเหลว ล่าโจรไม่ทัน

Date:

ที่อาคารรัฐสภา  23 กันยายน 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนในหลักการต่อร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 4 ฉบับ โดยระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายให้มีความกระชับและเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง อย่างไรก็ดี ปัญหาที่แท้จริงของตลาดทุนไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ ของหน่วยงานกำกับดูแล จนสร้างความสิ้นหวังให้แก่นักลงทุน

นายกรณ์ ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบังคับใช้กฎหมาย โดยยกกรณีการสวมสิทธิ์เข้าครอบงำบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ผ่านกระบวนการเพิ่มทุนผิดปกติ (RO) ซึ่งขณะนั้นราคาหุ้นในตลาดอยู่ที่ 2.70 บาท แต่กลับตั้งราคาเพิ่มทุนสูงถึง 4.50 บาท เพื่อบีบให้ผู้ถือหุ้นเดิมไม่ใช้สิทธิ์ เปิดทางให้กลุ่มทุนเทาและนอมินี 2 ราย เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 9.995% และ 9.991% ตามลำดับ เพื่อหลบเลี่ยงเกณฑ์การถือหุ้นใหญ่เกิน 10% ที่ต้องขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พอดี

“ทั้งที่ ก.ล.ต. มีอำนาจตามประกาศและมีเกณฑ์นับรวมกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นพวกเดียวกันอยู่แล้ว แต่กลับปล่อยปละละเลย ทั้งที่มีการยึดอายัดทรัพย์โดย ปปง. ไปแล้ว จนกระทั่งมีการขายหุ้นต่อให้บริษัทนอมินีตั้งใหม่ 2 แห่ง เพื่อถือหุ้นเจ้าละ 10% เต็มสัดส่วน ก.ล.ต. ก็ยังคงเฉยและไม่มีคำตอบแก่สังคม ต่อให้เราแก้ไขกฎหมายให้ดีแค่ไหน แต่ถ้าผู้บังคับใช้กฎหมายยังตามล่าโจรไม่ทัน อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนก็น่าผิดหวังเหมือนเดิม” นายกรณ์ กล่าว

สำหรับ พ.ร.บ. สินทรัพย์ดิจิทัล นายกรณ์ มองว่า กฎหมายเดิมถูกยกร่างขึ้นมาในรูปแบบ พ.ร.ก. เพื่อเน้นการกำกับดูแล เป็นหลัก จึงขาดมิติการพัฒนา พร้อมเสนอแนะให้ ก.ล.ต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งผลักดันใน 2 ประเด็นยุทธศาสตร์เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ

1.การตรากฎหมายรองรับ Stablecoin สกุลเงินบาท นายกรณ์ ชี้ว่าปัจจุบันนักลงทุนไทยซื้อขายเหรียญ USDT ในตลาดคริปโทฯ สูงเกินครึ่งหนึ่งของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด แต่เงินกลับไม่สามารถหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยได้เพราะขาดกฎหมายรองรับ หากรัฐเปิดทางให้ใช้ Stablecoin ในการชำระเงินและโอนเงินระหว่างประเทศ จะช่วยลดต้นทุนการโอนเงินของแรงงานไทยในต่างประเทศจากเดิม 6–7% เหลือไม่ถึง 0.5%

2. แก้ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ปลดล็อก Tokenization หุ้นไทย  นายกรณ์ ได้เสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ที่ผูกขาดการบันทึกทะเบียนหุ้นไว้กับศูนย์รับฝากหุ้น (TSD) เพียงแห่งเดียว เพื่อเปิดทางให้เกิดการแปลงหุ้นเป็นโทเคน (Tokenization) ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด และสร้างกำลังซื้อมหาศาลจากนักลงทุนต่างชาติทั่วโลกที่สามารถเข้ามาซื้อหุ้นไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนเปิดบัญชีที่ยุ่งยาก

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ สั่งผนึกกำลัง ปราบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

นายกฯ สั่งหน่วยงานภาครัฐผนึกกำลังเดินหน้าปราบ E-Waste เข้มกฎหมายฟันขั้นสุด สกัดการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์

นายกฯ อนุทิน พบปะคนไทยในภูฏาน

นายกฯ อนุทิน พบปะคนไทยในภูฏาน ชื่นชมเป็นกำลังสำคัญร่วมพัฒนาประเทศ ย้ำทุกคนเป็น “ทูต” สานสัมพันธ์ไทย–ภูฏานให้แน่นแฟ้น

แบงก์ชาติ รายงานศก.ไทยเดือนก.ย. และไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้น

แบงก์ชาติ รายงานศก.ไทยเดือนก.ย. และไตรมาส 3 ปรับตัวดีขึ้น จากการส่งออก และการลงทุนภาคเอกชนใน Data Center

นายกฯ อนุทิน หารือทวิภาคี นายกฯ ภูฏาน ต่อยอด FTA

นายกฯ อนุทิน หารือทวิภาคีนายกฯ ภูฏาน กระชับสัมพันธ์แน่นแฟ้น ต่อยอด FTA เปิดตลาดสินค้าไทย หนุนเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน–พลังงานสะอาด