‘พิพัฒน์’ กำชับคมนาคมรับมือน้ำท่วมเต็มกำลัง เฝ้าระวัง 24 ชม.

Date:

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมยกระดับการเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์อุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง หลังหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม กำชับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ดูแลความปลอดภัยและความต่อเนื่องของการเดินทางทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ พร้อมเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร ยานพาหนะ และอุปกรณ์ให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที โดยย้ำหลัก “คนต้องปลอดภัย–เส้นทางต้องไม่ขาด–ข้อมูลต้องถึงประชาชนเร็วที่สุด”

ล่าสุด วันที่ 25 กันยายน 2569 กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์อุทกภัยส่งผลกระทบต่อทางหลวงใน 14 จังหวัด 26 สายทาง รวม 54 แห่ง โดยสามารถสัญจรได้ 53 แห่ง และไม่สามารถสัญจรได้ 1 แห่ง ขณะที่พื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวงกำหนด 29 จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทางหลวง ซึ่งจากการตรวจสอบช่วงเช้าพบบางจุดมีน้ำท่วมขังประมาณ 5–20 เซนติเมตร แต่ยังสามารถสัญจรได้ ทั้งนี้ สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝนและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่

นายพิพัฒน์กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ต้องดำเนินการทั้ง “เฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และช่วยเหลือ” ไปพร้อมกัน โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดรวบรวมและรายงานข้อมูลจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานจังหวัด หน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำ และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อประเมินแนวโน้มและพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า นำข้อมูลมาใช้วางกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่รอจนเส้นทางถูกตัดขาดหรือประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้วจึงเข้าแก้ไข

สำหรับ กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้หน่วยงานในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ประสบอุทกภัยและพื้นที่เสี่ยง จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบระดับน้ำบนผิวจราจร จุดต่ำ ทางลอด คอสะพาน สะพาน เส้นทางเชิงเขา และจุดเสี่ยงดินสไลด์ พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เครื่องจักร ป้ายเตือน ไฟส่องสว่าง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยให้พร้อมใช้งาน หากพบระดับน้ำหรือสภาพเส้นทางที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง ให้จำกัดหรือปิดการจราจรทันที พร้อมกำหนดเส้นทางเลี่ยงและเร่งแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบโดยเร็ว รวมทั้งระดมกำลังและเครื่องจักรเข้าดำเนินการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรักษาเส้นทางสำคัญและการเชื่อมต่อของชุมชนให้สามารถใช้งานได้มากที่สุด

ด้าน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้เฝ้าระวังเส้นทางรถไฟตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะคันทาง สะพาน ทางระบายน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และจุดเสี่ยงน้ำกัดเซาะ พร้อมเพิ่มความถี่ในการตรวจทางในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก หากพบระดับน้ำหรือสภาพทางที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินรถ ให้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทันที พร้อมแจ้งการเปลี่ยนแปลงการให้บริการและข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว

สำหรับ กรมเจ้าท่า ให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคติดตามระดับน้ำ ความเร็วกระแสน้ำ สภาพร่องน้ำ สิ่งกีดขวางทางน้ำ ตลอดจนความปลอดภัยของท่าเรือและโป๊ะเทียบเรืออย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อติดตามแนวโน้มระดับน้ำและการระบายน้ำ หากพบสภาวะที่อาจเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ ให้เร่งแจ้งเตือนผู้ประกอบการ ผู้ควบคุมเรือ และประชาชน พร้อมดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยตามความเหมาะสม

นายพิพัฒน์กำชับเพิ่มเติมว่า ทุกหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมในพื้นที่ต้องทำงานเชื่อมโยงกัน หากพบประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ที่มีอยู่สนับสนุนการช่วยเหลือตามความเหมาะสม พร้อมประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะการรักษาเส้นทางเข้า–ออกชุมชน โรงพยาบาล และพื้นที่สำคัญ

พร้อมกันนี้ ให้ทุกหน่วยงาน เร่งสื่อสารข้อมูลการเดินทางแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ระดับน้ำ จุดที่ต้องใช้ความระมัดระวัง จุดที่รถไม่สามารถผ่านได้ การปิดเส้นทาง เส้นทางเลี่ยง และการเปลี่ยนแปลงการให้บริการระบบขนส่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย

นายพิพัฒน์ย้ำว่า ขอให้ประชาชนตรวจสอบสถานการณ์ก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ฝนตกหนักและน้ำท่วม และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ไม่ควรฝืนขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมที่ไม่ทราบระดับความลึกหรือความแรงของกระแสน้ำ หากมีการประกาศปิดเส้นทาง ขอให้ใช้เส้นทางเลี่ยงที่เจ้าหน้าที่กำหนด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานการณ์ก่อนออกเดินทาง รวมถึงแจ้งเหตุหรือสอบถามข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อรับข้อมูลเส้นทางและการเดินทางที่เป็นปัจจุบัน ดังนี้

•กรมทางหลวง (ทล.) ตรวจสอบสถานการณ์ทางหลวงผ่านระบบ HDMS และสอบถามข้อมูล สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ HDMS กรมทางหลวง : https://hdms.doh.go.th/dashboard

•กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ตรวจสอบสถานะและสภาวะสายทาง  : (https://scs.drr.go.th)

•กรมเจ้าท่า ติดตามประกาศและข้อมูลสถานการณ์การเดินเรือและทางน้ำ:  https://www.facebook.com/share/19eLLBiKnk/?mibextid=wwXIfr

•การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบข้อมูลและติดตามการเดินรถผ่านระบบ  TTS TrainView : https://ttsview.railway.co.th/v3/

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘เอกนิติ’ ปลื้ม พันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย

‘เอกนิติ’ ปลื้มพันธบัตรออมพลัส จัดสรรทั่วถึงกว่า 1 หมื่นราย เปิดจองรอบใหม่ 20 พฤศจิกายน นี้

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ 

นายกฯ อนุทิน ปัดข่าว ‘ทักษิณ’ ใช้เกมสภาฯ ต่อรองนิรโทษ ลั่นยึดกม. ไม่เข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการไม่ได้

กบข. ร่วมเวที Global ARC Boston 2026 แลกเปลี่ยนยกระดับการบริหารพอร์ตลงทุน

กบข. ร่วมเวทีประชุมนักลงทุนสถาบันระดับโลก แลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนา Hybrid TPA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตลงทุนและการจัดการความเสี่ยง มุ่งสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวให้สมาชิก

Krungthai COMPASS คาด กนง. ตึงดอกเบี้ย 1.00% ยาวถึงสิ้นปี 70

Krungthai COMPASS ประเมิน กนง. มีมติคงดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.00% คาดคงดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 70