
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ก หมอเอก Ekkapob Pianpises ระบุว่า
ถ้าเงินภาษีสรรพสามิตถูกจ่ายตามระบบงบประมาณ เราจะเห็นการใช้เงินแต่ละปีของ สสส. แบบมีประสิทธิภาพ
รู้หรือไม่ว่า สสส. เก็บเงินถึง 1,000 ล้านต่อปี ไว้ในรูปของเงินลงทุน ด้วยข้ออ้างว่าโครงการที่ของบประมาณไม่ได้เบิกเงินครั้งเดียว แต่เบิกเงินเป็นงวดๆ
เมื่อเจาะลึกไปว่า เงินที่สรรพสามิตส่งให้ สสส. เป็นงวดแบบไหน ?
ปรากฏว่ามีการส่งเงินให้ สสส. ตลอดทุกสัปดาห์ แบบเก็บได้เท่าไหร่ก็ส่งให้ สสส. เลย
ดังนั้นการจัดการการเงิน จึงไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปกองไว้เป็นพันล้านบาท !!!
และ รู้หรือไม่ว่า สสส. เอาเงินหลายร้อยล้านบาทไปลงทุนในหุ้น กองทุน ผ่านบริษัทจัดการกองทุน !!!
เหมืนกับที่ ไทยพีบีเอส เคยทำและมีการตัดสินแล้วว่า มีความผิด !!!
นอกจากการมีข้อครหาว่าจ่ายเงินให้เครือข่ายพวกพ้องเป็นพิเศษแล้ว ยังทำตัวเป็นหน่วยลงทุน แทนที่จะใช้เงินให้เกิดผลต่อสุขภาพประชาชนจริงๆ
เราจะยอมให้ สสส. ถลุงเงินสุขภาพจาก 25 ปี ใช้ไปแล้วร่วม 80,000 ล้านบาท ต่อไปอีกหรือ?
แค่เอาเงินเข้าระบบงบประมาณ ไม่น่าจะต้องดิ้นอะไรขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตัวเองแล้วจะอ้างว่าทำเพื่อประชาชนหรือ ???

โฆษกรัฐบาล เปิดทีละองค์กรเครือข่าย สสส.
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ก หมอเอก Ekkapob Pianpises ระบุว่า
เปิดทีละองค์กรเครือข่าย สสส. !!!
มีองค์กรหนึ่งที่คนใน สสส. เรียกชื่อเล่นว่า “ลูกรัก” หรือ “สสส. น้อย”
นั่นก็คือ สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย
ที่น่าติดตามสืบค้นต่อ คือ
ไม่ปรากฏชื่อสถาบันนี้ในการขึ้นทะเบียนสถาบันการศึกษา , ไม่มีชื่อนี้ในระบบการสืบค้นฐานข้อมูลมูลนิธิ , ไม่พบชื่อนี้ในฐานข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท
แต่… กลับปรากฏชื่อนี้ในการทำงานร่วมกับ สสส. อย่างต่อเนื่อง
รวมทั้งปรากฏหลักฐานการเชิญเข้าให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรที่มีการออกหนังสือเชิญด้วยชื่อองค์กรนี้ ไม่ใช่การออกหนังสือเชิญเป็นชื่อบุคคล
สิ่งที่น่าสนใจ คือ
องค์กรนี้ไม่มีสถานะที่มีตัวตนในทางกฏหมาย ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
ดังนั้น….
งบประมาณที่ได้รับจาก สสส. แต่ละปีมีการจ่ายให้อย่างไร
จ่ายให้ในลักษณะเป็นองค์กร หรือ จ่ายให้ในลักษณะบุุคล ????
เพราะตามระเบียบของ สสส. การให้เงินสนับสนุนโครงการของ สสส. มีการแบ่งประเภทบุคคลธรรมดา กับ แบบองค์กร
ยุวทัศน์เข้ารับการพิจารณาโครงการประเภทไหน และการจ่ายเงินจ่ายให้บุคคล หรือจ่ายในชื่อสถาบัน ???
เราไม่รู้เลยว่า สสส. จ่ายเงินให้กับองค์กรที่ไม่มีตัวตนทางกฎหมายแบบนี้อีกกี่องค์กร ?!
เพราะ สสส. ไม่เคยเปิดเผยข้อมูลการจ่ายเงินสู่สาธารณะ
การให้ สสส. เข้าสู่ระบบภาษี คือ การหยุดการจ่ายเงินตามอำเภอใจให้กับเครือข่ายใกล้ชิด แล้วทำให้ทุกบาททุกสตางค์ส่งผลดีต่อสุขภาพคนไทยที่สุด
เงิน 80,000 ล้านบาทในเวลา 25 ปีที่ผ่านมา พวกเราแต่ละคนรู้สึกว่า สสส. ทำให้เราแต่ละคนมีสุขภาพดีขึ้นหรือไม่ ?

โฆษกรัฐบาล ถามว่า สสส. ใช้เงินร่วม 80,000 ล้านบาทในเวลา 25 ปี ไปเข้ากระเป๋าใคร หรือ NGOs ที่เป็นเครือข่ายไหนบ้าง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟสบุ๊ก หมอเอก Ekkapob Pianpises ระบุว่า
ปล่อยให้บิดเบือนกันไป… จะได้เห็นหน้าว่ามีใครเป็นใครบ้างที่ออกมาดิ้น!!!
แล้วแนะนำให้เอาชื่อของคนเหล่านั้นไปตรวจสอบย้อนกลับก็จะเห็นความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่รับทุนจากองค์กรตระกูล ส. และองค์กรเครือข่าย
มาเปิดดู พรบ. สสส. ที่ใช้งานมา 25 ปีกันครับ
มาตรา 11 เขียนไว้ว่าให้ สสส. จัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีว่าด้วยสุราและกฏหมายว่าด้วยยาสูบ ในอัตรา
2% ของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ
แสดงว่า ฐานของภาษี คือภาษีสรรพสามิต
ดังนั้น *** การยกเลิกมาตรานี้จึงไม่เท่ากับการยกเลิกภาษีสรรพสามิต ***
เงินยังเก็บจากบริษัทเหล้า-บุหรี่ เหมือนเดิม
แต่ให้ส่งเข้าคลัง
แล้วให้ สสส. เป็นหน่วยรับงบประมาณตามวิธีการงบประมาณ
หยุดปั่นข้อมูลผิดๆ แล้วตอบคำถามว่า สสส. ใช้เงินร่วม 80,000 ล้านบาทในเวลา 25 ปี ไปเข้ากระเป๋าใคร หรือ NGOs ที่เป็นเครือข่ายไหนบ้าง



