‘ศุภชัย ใจสมุทร’ ยืนยันสภาฯ ยกเลิกระบบ Earmarked Tax ให้ 4 องค์กรเทพ ได้

Date:

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟสบุ๊ก Suphachai Jaismut ระบุว่า

ความเห็นทางกฎหมายต่อข้อสังเกตของ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ

ยกเลิก Earmarked Tax แล้วออกกฎกระทรวงปรับภาษีสรรพสามิตไม่ได้จริงหรือ?

จากกรณี ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ให้ความเห็นคัดค้านการยกเลิก Earmarked Tax โดยมีประเด็นสำคัญสองเรื่องที่สมควรนำมาพิจารณาทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

ประเด็นแรก อาจารย์บรรเจิดเห็นว่า Earmarked Tax ขององค์กรและกองทุนเดิมไม่ได้ขัด พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพราะแม้มาตรา 26 จะวางหลักไม่ให้เสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เฉพาะโดยไม่นำส่งคลัง แต่ มาตรา 82 มีบทเฉพาะกาลรองรับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว

ในประเด็นนี้ ผมเห็นว่าต้องกล่าวอย่างเป็นธรรมว่า ระบบเดิมไม่ได้กลายเป็นระบบที่ผิดกฎหมายเพียงเพราะมีมาตรา 26 เกิดขึ้นภายหลัง เพราะมาตรา 82 มีผลรองรับกฎหมายเดิมอยู่

แต่มีคำถามต่อไปว่า

การที่กฎหมายเดิมยังใช้ได้ หมายความว่ารัฐสภาห้ามแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายเดิมนั้นตลอดไปหรือไม่?

ผมเห็นว่าเป็นคนละประเด็นกัน

บทเฉพาะกาลมีหน้าที่รักษาผลของกฎหมายเดิม มิให้เกิดปัญหาจากกฎหมายใหม่ แต่ไม่ได้ทำให้กฎหมายเดิมกลายเป็นสิ่งที่รัฐสภาไม่สามารถทบทวนหรือแก้ไขได้

ดังนั้น การเสนอแก้ระบบ Earmarked Tax ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนข้อกล่าวหาว่า “ระบบเดิมผิดกฎหมาย”

เหตุผลที่แม่นยำกว่าคือ เมื่อกฎหมายวินัยการเงินการคลังปี 2561 ได้กำหนดหลักการสำหรับอนาคตไว้แล้ว รัฐสภาย่อมมีอำนาจพิจารณาว่า ข้อยกเว้นจากระบบเดิมยังมีความจำเป็นและเหมาะสมกับระบบการคลังในปัจจุบันหรือไม่

⸻

ส่วนประเด็นที่สอง ผมเห็นว่าจำเป็นต้องพิจารณาให้ละเอียดเป็นพิเศษ

อาจารย์บรรเจิดกล่าวถึงข้อเสนอที่ว่า เมื่อยกเลิกเงินบำรุงแล้วจะออกกฎกระทรวงปรับภาษีสรรพสามิตขึ้นเพื่อทดแทน โดยให้ความเห็นว่า

“ยืนยันว่าทำไม่ได้ เป็นวาทกรรมที่หลอกลวงประชาชน”

และให้เหตุผลในสาระสำคัญว่า เมื่อร่างกฎหมายไปยกเลิกบทบัญญัติที่ให้อำนาจจัดเก็บเงินบำรุงแล้ว “ตัดแล้วคือตัดเลย” จึงไม่สามารถไปออกกฎกระทรวงเรียกเก็บเงินดังกล่าวกลับมาได้

ตรงนี้ผมเห็นว่า ต้องแยกฐานอำนาจตามกฎหมายสองเรื่องออกจากกัน

หนึ่ง — เงินบำรุง

เงินบำรุงที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้เสียภาษีสุราและยาสูบ แล้วนำส่งตรงให้ สสส. Thai PBS หรือองค์กรที่กฎหมายกำหนดนั้น มีฐานอำนาจจาก กฎหมายเฉพาะของแต่ละองค์กร

หากรัฐสภายกเลิกบทบัญญัติดังกล่าว แน่นอนว่า

รัฐย่อมไม่สามารถกลับไปเรียกเก็บเงินในฐานะ “เงินบำรุง” ตามมาตราที่ถูกยกเลิกได้

ตรงนี้ไม่มีข้อโต้แย้ง

สอง — ภาษีสรรพสามิต

แต่การกำหนด “อัตราภาษีสรรพสามิต” มีฐานอำนาจจากกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง คือ

พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

มาตรา 5 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ภายในกรอบและเพดานที่พระราชบัญญัติกำหนด

ดังนั้น การยกเลิกบทบัญญัติในกฎหมาย สสส. หรือกฎหมายขององค์กรอื่น ไม่ได้มีผลเป็นการยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต และไม่ได้ทำให้อำนาจตามมาตรา 5 สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ

พูดให้สั้นที่สุดคือ

“ยกเลิกอำนาจเก็บเงินบำรุง”

ไม่เท่ากับ

“ยกเลิกอำนาจกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิต”

เพราะเป็นอำนาจที่มาจากกฎหมายคนละฉบับ

⸻

ดังนั้น ถ้าข้อเสนอของรัฐบาลคือ

ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุง → ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตภายใต้ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต → นำเงินเข้าสู่รายได้แผ่นดิน → จัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานตามระบบงบประมาณ

คำถามทางกฎหมายที่แท้จริงจึงไม่ใช่เพียงว่า

“มาตราเก็บเงินบำรุงถูกยกเลิกหรือไม่?”

แต่ต้องถามว่า

“พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตยังให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีหรือไม่ และเพดานตามกฎหมายยังมีพื้นที่ให้ปรับอัตราเพียงใด?”

นี่ต่างหากคือประเด็นที่ต้องตรวจสอบ

ส่วนข้อกล่าวหาว่า การยกเลิก Earmarked Tax คือการ “คืน 2% ให้นายทุนสุราและยาสูบ” ก็ยังไม่สามารถสรุปจากการยกเลิกเงินบำรุงเพียงขั้นตอนเดียวได้

ต้องดู ภาระภาษีสุทธิหลังจากมาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับ

หากเดิมผู้ประกอบการมีภาระภาษีสรรพสามิตบวกเงินบำรุง และเมื่อยกเลิกเงินบำรุงแล้ว รัฐใช้อำนาจตามกฎหมายปรับอัตราภาษีสรรพสามิตให้เหมาะสมจนภาระรวมไม่ลดลง

ก็ไม่อาจกล่าวได้โดยอัตโนมัติว่าเงินดังกล่าวถูก “คืนให้นายทุน”

เงินไม่ได้จำเป็นต้องหาย

ผู้ประกอบการไม่ได้จำเป็นต้องได้ประโยชน์

สิ่งที่เปลี่ยนคือ “เส้นทางของเงิน”

จากเดิม

ผู้ประกอบการ → ภาษีสรรพสามิต + เงินบำรุง → เงินบำรุงส่งตรงให้องค์กร

เปลี่ยนเป็น

ผู้ประกอบการ → ภาษีสรรพสามิต → รายได้แผ่นดิน → ระบบงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าฝ่ายที่เสนอแก้กฎหมายก็มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ชัดเช่นเดียวกัน

ไม่ควรพูดเพียงว่า “ยกเลิก 2% แล้วออกกฎกระทรวงเพิ่ม 2% ได้แน่นอน”

เพราะอำนาจตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตมีข้อจำกัด คือ อัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวงต้องไม่เกินเพดานที่พระราชบัญญัติกำหนด

ดังนั้น ต้องนำตัวเลขมาแสดงให้ประชาชนเห็นว่า

อัตราที่จัดเก็บจริงในปัจจุบันเท่าใด

เพดานตามกฎหมายเท่าใด

และยังมีพื้นที่เพียงพอที่จะปรับอัตราเพื่อรักษาภาระรวมและรายได้ของรัฐไว้หรือไม่

ถ้าทำได้ ก็จะตอบข้อกล่าวหาเรื่อง “คืนเงินให้นายทุน” ด้วยข้อเท็จจริงได้ดีที่สุด

ผมเคารพความเห็นทางวิชาการของ ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ(ถ้าไม่ใส่อารมณ์เข้าไปด้วย) และเห็นด้วยว่าประเด็นนี้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับวินัยการเงินการคลัง ระบบสุขภาพ และเงินสาธารณะ

แต่เมื่อมีการใช้ถ้อยคำถึงขั้นว่า การบอกว่าสามารถออกกฎกระทรวงปรับภาษีสรรพสามิตได้นั้นเป็น “วาทกรรมที่หลอกลวงประชาชน”

ผมคิดว่าเราควรนำกฎหมายทั้งสองชุดมาวางบนโต๊ะพร้อมกัน

กฎหมายที่ให้อำนาจเก็บ “เงินบำรุง” เป็นกฎหมายหนึ่ง

กฎหมายที่ให้อำนาจเก็บ “ภาษีสรรพสามิต” เป็นอีกกฎหมายหนึ่ง

การยกเลิกอย่างแรก ไม่ได้แปลว่าอำนาจตามกฎหมายอย่างหลังหายไปด้วยโดยอัตโนมัติ

และมาตรา 82 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ที่รับรองให้ระบบเดิมดำเนินต่อไปได้ ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐสภาจะไม่มีอำนาจทบทวนระบบนั้นอีกตลอดกาล

ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ควรจบด้วยคำว่าใคร “หลอกประชาชน”

แต่ควรพิสูจน์กันด้วย

ตัวบทกฎหมาย

เพดานภาษี

อัตราที่จัดเก็บจริง

และตัวเลขรายได้ของรัฐ

เพราะเมื่อข้อเท็จจริงทั้งหมดอยู่บนโต๊ะแล้ว

ประชาชนย่อมตัดสินได้เองว่า ใครกำลังอธิบายกฎหมายครบถ้วนกว่ากัน

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

รัฐบาลจับมือยักษ์เทคโนโลยีโลก ‘Microsoft’ ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI

รัฐบาลจับมือยักษ์เทคโนโลยีโลก ‘Microsoft’ เลือกไทยประเทศแรกจาก 19 ประเทศ เปิดเกมใหญ่ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะถึงงานจริง

ไทย–อียิปต์ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุน

ไทย–อียิปต์ เดินหน้าขยายการค้าและการลงทุน เชื่อมโอกาสทางเศรษฐกิจไทย–อาเซียน กับอียิปต์–แอฟริกา ด้านอียิปต์เชิญนายกฯ เยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการในปีหน้า

รัฐบาล ชูผลเจ้าภาพ IMF-World Bank เร่งเปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นการลงทุน

รัฐบาล ชูผลเจ้าภาพ IMF-World Bank เร่งเปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นการลงทุน งาน -รายได้ -ดัน AI ถึง SME เกษตรกร ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ไทย ปูทางเศรษฐกิจสู่การเติบโตรอบใหม่

คณะกรรมการ การบินไทย อนุมัติมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลน้ำท่วม

คณะกรรมการบริษัท การบินไทย อนุมัติมาตรการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย