รัฐบาล สั่งการคุมเข้มสถานดูแลผู้สูงอายุ 1,203 แห่งทั่วประเทศ

Date:

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มึการร้องเรียนสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว มอบหมายกระทรวงสาธารณสุขควบคุมกำกับและส่งเสริมมาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ตามใบอนุญาตประกอบกิจการ ในการป้องกันการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับการดูแลอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จำนวน 1,203 แห่งทั่วประเทศ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สานต่อนโยบายของรัฐบาล สั่งการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่ง ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการกำกับ ติดตาม และตรวจประเมินสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงอย่างเข้มงวดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เน้นคุมเข้ม 3 ด้าน ได้แก่ 

1. มาตรฐานด้านสถานที่ ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สะอาด ปลอดภัย มีทางเข้าออกและพื้นที่ให้บริการที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น 

2. มาตรฐานด้านความปลอดภัย ต้องมีระบบป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน อุปกรณ์ที่จำเป็น ตลอดจนมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้รับบริการ

3. มาตรฐานด้านการให้บริการ ต้องจัดระบบการดูแลที่เหมาะสม มีบุคลากรและผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงต้องให้บริการอยู่ภายในขอบเขตของกิจการที่ได้รับอนุญาต 

โดยทั้ง 3 ด้านต้องเป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563

พร้อมกันนี้ สั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพในสังกัด ทั้งส่วนกลางและศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม 

“รัฐบาลย้ำเตือนผู้ประกอบการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ หากมีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ “ นางสาวพลอยทะเล กล่าว

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ อนุทิน นำวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาล จ.อุดรธานี

นายกฯ อนุทิน นำวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ สถาบันพระบรมราชชนก วิทยาลัยเขตอุดรธานี

การไฟฟ้า แถลงโซลาร์ภาคประชาชน ลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นราย

PEA และ MEA แถลงความคืบหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ลงทะเบียนกว่า 4 หมื่นราย แจงปมราคาติดตั้งภาคเหนือคาดเคลื่อน

นายกฯ อนุทิน เข้าวัดโพธิ์ชัย พระคู่เมืองหนองคาย ขอประเทศอยู่เย็นเป็นสุข

นายกฯ อนุทิน เข้าวัดโพธิ์ชัย ครอบเกตุหลวงพ่อพระใส พระคู่เมืองหนองคาย ขอประเทศอยู่เย็นเป็นสุข

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร อุดรธานี เยี่ยม Moc Market สนามบิน

‘ศุภจี’ ลงพื้นที่ ครม.สัญจร อุดรธานี เยี่ยม Moc Market สนามบิน หนุนสินค้าชุมชนสร้างรายได้ เชื่อมตลาดนักเดินทาง