‘กรณ์’ ร่วมถก WorldBank ในเวทีโอกาสสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

Date:

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในฐานะตัวแทนคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ในโอกาสจัดงานสัมมนาร่วมกับสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนานกับการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลและโอกาสในการพัฒนาระบบการเงินของประเทศไทย

นายกรณ์ ระบุว่า การจัดงานในครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญในการฉายภาพความพร้อมของประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนธนาคารโลก (World Bank) ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักของไทย ได้แก่ ดร.สักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และคุณนวลพรรณ ภวสันต์ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินและกรอบการกำกับดูแลที่เข้มแข็งของไทย

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า ประเทศไทยไม่ได้มีความล้าหลังกว่าประเทศอื่นในด้านการพัฒนาระบบการเงินดิจิทัล โดยปัจจุบันไทยครองอันดับ 3 ของโลกในด้านปริมาณการใช้งานการชำระเงินแบบดิจิทัล (Digital Payment) ผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) และสแกน QR Code ซึ่งมีจำนวนบัญชีผู้ใช้งานสูงถึงกว่า 90 ล้านบัญชี ทั้งที่มีจำนวนประชากรราว 70 ล้านคน ความสำเร็จนี้เป็นผลงานชิ้นสำคัญที่เกิดจากการริเริ่มของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์

นอกจากนี้ ในฝั่งของสินทรัพย์ดิจิทัล ประเทศไทยยังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่มีการออกพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ และนับเป็นกฎหมายฉบับแรกๆ ของโลกที่มีการกำหนดนิยามทางกฎหมายอย่างชัดเจนว่า ‘คริปโทเคอร์เรนซี’ (Cryptocurrency) คืออะไร ซึ่งถือเป็นผลงานหลักของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยมีการทำงานร่วมกับ ธปท. อย่างใกล้ชิด

สำหรับทิศทางการเงินในอนาคต นายกรณ์ ชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีใหม่อย่าง Asset Tokenization (การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปของโทเคนดิจิทัล) และ Stablecoins (คริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าคงที่) กำลังเข้ามาเปิดโอกาสใหม่ให้แก่ระบบการเงินระดับโลก ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการทำธุรกรรม การขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ

“ในฐานะผู้แทนประชาชน ผมพร้อมสนับสนุนทุกเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนธุรกรรมทางการเงิน การเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินที่มีคุณภาพ การยกระดับมาตรการป้องกันการหลอกลวงประชาชน ตลอดจนการเปิดโอกาสและขยายช่องทางการลงทุนใหม่ๆ ให้กับคนไทย” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวสรุปว่า หากประเทศไทยสามารถสร้างความร่วมมืออย่างจริงจังและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคเอกชนได้อย่างมีเอกภาพ ประเทศไทยจะมีศักยภาพสูงยิ่งในการก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางการเงินดิจิทัลแห่งภูมิภาค” และที่สำคัญที่สุดคือ การเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจไทยในท้ายที่สุด

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ เปิดกระทรวงฯ รับทัพนักธุรกิจยักษ์ใหญ่สวิส ดัน FTA ไทย–EFTA

‘ศุภจี’ เปิดกระทรวงฯ รับทัพนักธุรกิจยักษ์ใหญ่สวิส ดัน FTA ไทย–EFTA สร้างประโยชน์ร่วม เชื่อม SMEs สู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

‘พลอยทะเล’ ย้ำรัฐบาลพร้อมชี้แจงอภิปรายทุกประเด็น

‘พลอยทะเล’ ย้ำรัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ชี้กรอบระยะเวลาเหมาะสม หวังได้ข้อมูลเด็ดจากการอภิปรายที่มีคุณภาพ ไม่อยากเห็นการอภิปรายเหมือนวลีเด็ดฝ่ายค้าน

นายกฯ เป่าแซ็กโซโฟนสร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง IMF–World Bank

นายกฯ เป่าแซ็กโซโฟนสร้างสีสันในงานเลี้ยงรับรอง IMF–World Bank สานมิตรภาพผู้นำเศรษฐกิจโลก พร้อมเผยเสน่ห์ไทยผ่านอาหาร วัฒนธรรม และไมตรีจิตของคนไทย

นายกฯ มอนเตเนโกร พร้อมหนุน FTA ไทย–อียู

นายกฯ มอนเตเนโกร พร้อมหนุน FTA ไทย–อียู ส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ มองไทยหุ้นส่วนสำคัญด้านความมั่นคงทางอาหาร