‘เอกนิติ’ กาง 3 เป้าหมายใหญ่ หลังจบเจ้าภาพ IMF-World Bank ดันเศรษฐกิจโตเกิน 3%

Date:

วันนี้(17 ต.ค. 2569) เวลา 14.40 น. ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าว Bangkok Dialogue Notes ช่วงท้ายการประชุมประจำปี IMF–World Bank 2026 ว่า ผลจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้จบลงที่การจัดงานสำเร็จ แต่กำลังถูกต่อยอดเป็นเป้าหมายเศรษฐกิจระยะต่อไปของประเทศ   

ทั้งนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนได้กำหนดตัวชี้วัดร่วมกัน 3 เรื่อง ได้แก่ ดันศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้สูงกว่า 3% เพิ่มสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP จากประมาณ 22% เป็น 30% และผลักดันประเทศไทยเข้าสู่ 20 อันดับแรกด้านความสามารถในการแข่งขันของโลก    

นายเอกนิติ กล่าวว่า เหตุผลที่การลงทุนถูกยกเป็นหัวใจสำคัญ เพราะต่างจากการกระตุ้นผ่านการบริโภคที่ผลหมดไปในระยะสั้น การลงทุนสามารถสร้างสินทรัพย์ เพิ่มผลิตภาพ และสร้างรายได้กลับมาในอนาคต จึงเป็นฐานสำคัญของการเติบโตรอบใหม่ของประเทศ   

ตลอดเกือบหนึ่งสัปดาห์ ไทยรวบรวมผู้แทนจากนานาชาติ ผู้กำหนดนโยบาย กระทรวง ธนาคารกลาง และภาคเอกชนเกือบ 20,000 คนไว้ในกรุงเทพฯ ได้มีเวทีการหารือทั้งอย่างเป็นทางการและนอกรอบราว 50 ครั้ง ในโอกาสนี้ไทยยังได้พร้อมสร้างช่องทางติดต่อโดยตรงกับผู้นำเศรษฐกิจและการเงินจากหลายประเทศด้วย

“เราไม่ได้เป็นเพียงเจ้าภาพ แต่เราได้ร่วมกำหนดวาระ และไทยกำลังขยับบทบาทจากผู้รับทิศทางเศรษฐกิจโลก มาเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมเสนอทิศทางกับ IMF และธนาคารโลก รวมถึงแสดงบทบาท Trusted Connectorเชื่อมประเทศสมาชิก 191 ประเทศเข้าหากัน” นายเอกนิติ กล่าว 

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หนึ่งในผลต่อยอดที่จับต้องได้คือการเปิดประตูสู่ตลาดอาเซียนกว่า 700 ล้านคน หลังไทยเสนอให้ประเทศสมาชิกกำหนด KPI ร่วมกันเพื่อเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเพียงประมาณ 22% ต่ำกว่าสหภาพยุโรปที่มีมากกว่า 60%   

นอกจากนี้ ไทยยังเสนอเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลกับประเทศอาเซียน เพื่อเปิดทางให้ประชาชนและธุรกิจเข้าถึงตลาดดิจิทัลข้ามพรมแดน ขณะเดียวกันเตรียมผลักดันบริษัทไทยที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอาหารแปรรูป ออกไปลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น สร้างทั้งตลาดใหม่และความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน   

ด้านพลังงาน ไทยเริ่มหารือแผนระยะยาวสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน เชื่อมพลังน้ำจาก สปป.ลาว ผ่านไทยและมาเลเซีย ไปยังสิงคโปร์ และอาจต่อถึงอินโดนีเซียในอนาคต เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง   

นายเอกนิติ กล่าวว่า อีกประเด็นที่ถูกยกระดับจากเวทีกรุงเทพฯ คือ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับ IMF และธนาคารโลก ได้สรุปบทเรียนรับมือภัยหลอกลวงทางการเงินข้ามพรมแดน เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการปกป้องประชาชนจากมิจฉาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรมและพร้อมแชร์ให้แก่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ด้วย 

ขณะเดียวกัน ไทยไม่ได้ต้องการเพียงดึงเงินลงทุนต่างชาติเข้ามา แต่ต้องการเปลี่ยนเงินทุน ให้กลายเป็นขีดความสามารถ ของคนไทยและธุรกิจไทย โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทาน AI ซึ่งไทยเริ่มมีฐานในโฟโทนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์บางส่วน เซนเซอร์ และแผ่นวงจรพิมพ์แล้ว    

“การดึงดูดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นขีดความสามารถ เพื่อช่วยให้คนไทยและธุรกิจไทยยกระดับความสามารถในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน และได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง” นายเอกนิติ กล่าว 

นายเอกนิติ กล่าวว่า หนึ่งในภาพที่ทรงพลังที่สุดของการประชุม คือการที่ นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF อัญเชิญพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขึ้นกล่าวในที่ประชุมเต็มคณะ  

“พระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีใจความว่า ประโยชน์และความสำเร็จอันดีงามไม่ได้เกิดขึ้นได้โดยลำพัง หากแต่ต้องค่อยๆ ปลูกฝัง สั่งสม และเสริมสร้างให้เข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับเวลา ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการพัฒนา และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยพยายามนำเสนอต่อประชาคมโลกมาตลอด การที่หลักคิดนี้ถูกถ่ายทอดออกมาจากปากของผู้นำ IMF ต่อหน้าผู้แทนจากทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นวาระระดับโลกแล้ว” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ  กล่าวว่า หลังการประชุมฯ ไทยจะไม่ปล่อยเครือข่ายที่สร้างขึ้นให้จบไปพร้อมงาน โดยส่วนตัวเตรียมเดินทางต่อไปประชุมรัฐมนตรีคลัง APEC ที่ฮ่องกง และต้นปีหน้ารัฐบาลเตรียมนำ “ทีมไทยแลนด์” ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม World Economic Forum ที่ดาวอส เพื่อรักษาแรงส่งด้านการลงทุนและความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นจากกรุงเทพฯ   โดยเป้าหมายปลายทางคือการสร้างรากฐานเศรษฐกิจไทยรอบใหม่ ผ่านการลงทุนในคน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบพลังงาน รวมถึงการปรับประเทศให้รับมือโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้น 

“ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ต้องกลับไปที่ประชาชน ชุมชนท้องถิ่น ทำความเข้าใจและเสริมพลังให้พวกเขามีความยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงเพื่อพาประเทศไทยเข้าสู่การเติบโตเต็มศักยภาพในรอบถัดไป” นายเอกนิติ กล่าว 

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ผู้นำการเงินโลกชื่นชมไทย เป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 สำเร็จเกินคาด

ผู้นำการเงินโลกชื่นชมไทย เป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 สำเร็จเกินคาด ชี้ทั่วโลกได้ประโยชน์จากเวทีกรุงเทพฯ

กบข. ย้ำผลตอบแทน ต้องมาพร้อมการบริหารความเสี่ยง

กบข. ย้ำผลตอบแทนต้องมาพร้อมการบริหารความเสี่ยง ชี้ Longevity คือโอกาสลงทุนสำคัญแห่งอนาคต

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับสากล  จาก The Global Economic Awards 2026 

เมืองไทยประกันชีวิต คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับสากล  จาก The Global Economic Awards 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและการสร้างความสุขอย่างแท้จริง

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าประชุม IMF–World Bank 2026 ชู “Bangkok Dialogue Notes” ข้อคิดจากประเทศไทยสู่โลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings เผยแพร่ “Bangkok Dialogue Notes” ข้อคิดจากประเทศไทยสู่โลก ชูบทบาท “ผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ” พร้อมเปลี่ยนความร่วมมือให้เป็นโอกาสของประชาชน