
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า วันนี้วิป 3 ฝ่ายจะหารือกันโดยรัฐบาลมอบหมาย นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้เข้าหารือ ส่วนกรอบเวลาที่วางไว้วันที่ 27-29 ต.ค. และลงมติวันที่ 30 ต.ค. จะบอกว่าเป็นความต้องการของรัฐบาลไม่ได้ แต่เป็นข้อเสนอของรัฐบาล เพราะช่วงเวลาอภิปรายรัฐมนตรีทุกคนต้องไม่เดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทั้ง 18 คน จากนั้นจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จ.อุดรธานี งานมหากรรมพืชสวนโลก หลังจากนั้นจะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน การประชุมเอเปค และพระราชพิธีต่างๆ และที่สำคัญในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและเอเปค ดูแล้วว่าช่วงวันที่ 27-29 ต.ค. เป็นช่วงที่ทุกคนได้ฟังการอภิปรายและชี้แจง
เมื่อถามว่ายืนยันกรอบเวลานี้เป็นช่วงที่ชัดเจนที่สุดแม้นายกฯจะต้องเดินทางไปประเทศภูฏานใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราแจ้งให้เขาทราบ ตนคิดว่าทุกคนมีเหตุมีผล เราสามารถยืดหยุ่นได้ โดยมอบหมายให้นายภราดร เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวิป สมมติว่าประชุม 3 วัน แต่อาจมีการเพิ่มชั่วโมงการอภิปรายให้ฝ่ายค้านมากขึ้น เพราะคนชี้แจงไม่ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพราะถ้าใช้เป็นชั่วโมงบางคนก็จะชี้แจงออกทะเลไป ขอให้ชี้แจงเน้นๆเนื้อๆเขาถามมาอย่างไรก็ตอบให้ชัดเจนพร้อมแสดงหลักฐานต่างๆ เราคิดว่าถ้าเลื่อนวันไม่ได้ก็ให้เลื่อนชั่วโมง คุยกันให้ลงตัวไม่ต้องตึงเครียดทั้งสองฝ่าย เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะรับข้อเสนอตรงนี้ได้หรือไม่เนื่องจากได้รับเวลาเพิ่มขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการประชุมของวิป
เมื่อถามว่า หลายคนคาดการณ์ว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี และดึงพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเลย ยังกำหนดวันไม่เสร็จ เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะมาควบรวมกับพรรคภูมิใจไทยหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาแต่ละขั้นตอน วันนี้ยังกำหนดวันไม่ได้ รอให้กำหนดวันอภิปรายแล้วมาฟังการอภิปราย จากนั้นก็ลงมติ ลงมติก็ค่อยว่ากันหลังจากนั้น เมื่อถามย้ำว่า มีรายงานว่าพรรคกล้าธรรมจะควบรวมกับพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ถามกลับว่า “ใครรายงาน ถ้าผู้สื่อข่าวรายงานก็ไปถามกันเอง”



