
วันที่ 24 ตุลาคม ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือทั้งด้านเงินเยียวยา การลดภาระหนี้ และการฟื้นฟูอาชีพ พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหายให้ครอบคลุม โดยเฉพาะเกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เพื่อให้ได้รับการพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
จากข้อมูลสำรวจเบื้องต้น ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569 พบเกษตรกรได้รับความเสียหายด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ รวม 52,832 ราย โดยกระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางล็อตแรกจำนวน 1,575.79 ล้านบาทต่อคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ วงเงินดังกล่าวเป็นการเสนอขออนุมัติในรอบแรก ยังไม่ใช่วงเงินช่วยเหลือทั้งหมด เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถสำรวจความเสียหายได้ครบถ้วน กระทรวงเกษตรฯ จึงจะเร่งสำรวจเพิ่มเติม เพื่อให้เกษตรกรที่ตกหล่นได้รับการพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมเตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมภายหลังน้ำลด ซึ่งคาดว่าจะสามารถสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมได้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2569
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเสนอขออนุมัติงบกลางเพิ่มเติมหลังน้ำลด เพื่อสนับสนุนเงินทุนสำหรับเริ่มต้นการผลิตรอบใหม่ เบื้องต้นตั้งเป้าช่วยเหลือครัวเรือนละ 3,000 บาท โดยมุ่งให้ครอบคลุมเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด รวมถึงผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทั้งนี้ ต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ด้านการลดภาระหนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมประสาน ธ.ก.ส. และสถาบันการเงิน เพื่อพิจารณามาตรการพักชำระหนี้ สินเชื่อฟื้นฟูอาชีพ และสินเชื่อชะลอการขาย ควบคู่กับมาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และชาวสวนยาง ภายใต้กรอบวงเงินรวม 232 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่องให้เกษตรกรสามารถประคองอาชีพในช่วงฟื้นตัว
สำหรับการฟื้นฟูหลังน้ำลด หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เตรียมสนับสนุนปัจจัยการผลิต ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และการปรับปรุงดิน รวมถึงจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อดูแลสุขภาพสัตว์ สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ และส่งเสริมการประกอบอาชีพด้านการเกษตร เพื่อช่วยให้เกษตรกรฟื้นฟูการผลิตและกลับมาสร้างรายได้ได้โดยเร็ว
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกรทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงแต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งต้องไม่ตกหล่นจากกระบวนการสำรวจและพิจารณาความช่วยเหลือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งสำรวจและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมีโอกาสเข้าถึงความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง เป้าหมายไม่ใช่เพียงเยียวยาความเสียหายเฉพาะหน้า แต่ต้องช่วยให้เกษตรกรกลับมาตั้งตัว ฟื้นฟูอาชีพ และมีรายได้อีกครั้ง” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว



