
วันที่ 27 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดภูเก็ตว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเรื่องของน้ำหลากและดินสไลด์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวาน โดยต้องชื่นชมพื้นที่ ที่มีความเข้มแข็ง มีการระดมกำลังจัดการในพื้นที่ค่อนข้างดี และเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ตนได้ไปดูหน้างาน พบว่ามีการเคลียร์พื้นที่ได้แล้วประมาณ 80% ยังเหลือในบางส่วน และถนนสามารถสัญจรได้ตามปกติ เหลือเพียงพื้นที่ดินสไลด์ลงมา โดยคาดว่าในวันนี้จะสามารถจัดการได้เรียบร้อย และกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เนื่องจาก 28-29 ต.ค. จะมีฝนตกลงมาในพื้นที่ภาคใต้ค่อนข้างหนาตัว
เมื่อถามว่าสถานะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะได้รับเงินเยียวยาจากประกันภัยพิบัติแห่งชาติใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่ ซึ่งปกติหากท่วมไม่ครบ7วัน แต่ถ้าบ้านเรือนเสียหายก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ ซึ่ง ตั้งแต่เมื่อวานทางจังหวัดได้เปิดรับข้อมูลในเรื่องการเยียวยาประชาชนในพื้นที่ โดยได้กำชับให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งเงินก้อนนี้อาจไม่สามารถทดแทนสิ่งที่เสียไปได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็เป็นการเยียวยาที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
เมื่อถามย้ำว่าหลังมีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจะเข้าเกณฑ์กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ใช่หรือไม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ถูกต้อง ซึ่งเป็นส่วนที่ประกันจะต้องเข้ามาดูแล และหลังจากนี้จะมีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แม้ว่าจะมีการประกาศย้อนหลังก็เข้าหลักเกณฑ์
“วรศิษฎ์” แจง งบเยียวยาน้ำท่วม กทม. เคลียร์เรียบร้อย เป็นเงินกทม. 300 ล้าน
วันที่ 27 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีมีการถกเถียงเรื่องงบของกทม.ที่ใช้ในการเยียวยาน้ำท่วมของคนกทม. ว่า เป็นแค่เรื่องของขั้นตอนการทำงานเท่านั้น ซึ่งกทม.ได้คุยกันกับ ปภ.เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะมีบางคนนำไปบิดเบือน ให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะโดยปกติเวลาเกิดภัยต่างๆ แน่นอนว่ากทม. เป็นท้องถิ่นพิเศษ คนที่จะจะเข้ามาดำเนินการคือตัวของกทม. เอง โดยผู้ว่าราชการกทม. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ แต่เมื่อทำงานไปแล้วเกิดข้อจำกัด หรืออะไรที่รู้สึกเกินกำลังของกทม. ที่จะจัดการได้ จะมีการพูดคุยและร้องขอเพื่อให้รัฐบาลช่วยสนับสนุน เช่นช่วงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม. ช่วงแรกกทม. เข้าไปช่วยจัดการในพื้นที่แต่เมื่อปัญหามีขนาดใหญ่เกินไป รัฐบาลก็เข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนในส่วนที่ขาดเหลือ ตรงนี้ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เงื่อนไขที่จะไปจ่ายเงินเยียวยา ถ้าการพูดคุยกันตรงนี้ เป็นเงื่อนไขในการเข้าไปจ่ายเงินเยียวยา คนกทม. ไม่มีวันได้เงินเยียวยาไปก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)เข้าไปดำเนินการให้กทม. แล้ว 2 พันกว่าล้านบาท ตรงนี้เป็นเพียงการรอรอบใหม่เท่านั้น และวันนี้ทราบว่า ก็จะมีการขยับต่อไปไม่มีประเด็นอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามว่ากทม. ช่วยลงขันให้รัฐบาลเท่าไหร่ เพราะเมื่อวานมีการระบุว่าจำนวน 200 กว่าล้านบาท นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า อย่าเรียกว่าเป็นการลงขัน อย่างที่ตนเรียนเบื้องต้นว่า กทม. ดำเนินการได้เท่าไหร่ก็ดำเนินการไป ตามกรอบของกทม.ที่สามารถดำเนินการได้ อันไหนที่เกินรัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุน เพราะวันนี้ทุกคนคือคนไทย ที่รัฐบาลต้องดูแล
เมื่อถามย้ำว่าสุดท้ายแล้วกทม. จ่ายเงินสมทบเงินเยียวยาน้ำท่วมกว่า 200 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ใช่ เมื่อวานกทม. สนับสนุนเพิ่มมา 100 ล้านบาท ซึ่งภาพรวมของกทม. ในขณะนี้ เงินที่ต้องใช้ในการเยียวยาเบื้องต้นประมาณ 4 พันล้านบาท ที่เหลือรัฐบาลจะจัดการเพิ่มเข้าไปให้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแสดงว่ารัฐบาลช่วย 4 พันล้านบาท ส่วนของกทม. ประมาณ 300 ล้านบาทใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ขณะนี้ใน 4 พันล้านบาท กทม.ดำเนินการมา 300 ล้านบาท ที่เหลือ จะเป็นส่วนที่รัฐบาลช่วยสนับสนุน พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การลงขัน อย่าไปมองแบบนั้น เพราะถ้าเป็นการลงขันต้องแบ่งจ่ายกันคนละส่วน แต่นี่ไม่ใช่ แต่เป็นการดำเนินงานตามกรอบหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ที่จะสามารถดำเนินการได้
นายกฯ บอกอย่าพูดเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.ไม่พอ ลั่นรัฐบาลต้องดูแลภาพรวม ย้ำการตรวจสอบยังต้องเข้มข้น
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.หาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเงินเยียวยาน้ำท่วมที่กทม.ระบุว่าไม่พอ โดยนายกฯย้อนถามว่าใครบอกว่าเงินไม่พอ ผู้สื่อข่าวตอบว่ากทม.บอกว่าเงินไม่พอ
นายกฯจึงกล่าวว่า เวลาจะไปขอเงินใคร ก็ไม่เห็นมีใครบอกว่าเงินพอสักคนเลย แต่รัฐบาลในภาพรวมต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เราก็พยายามที่จะทำตามระเบียบและกฎเกณฑ์ ถ้ามันเกิดเหตุประสบภัยในท้องถิ่น เขาก็ให้ท้องถิ่นเยียวยาประชาชนเสียก่อน แล้วหากมันไม่พอ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องสมทบ ซึ่งเราก็ได้ดำเนินการเรียบร้อย ในกรณีนี้ก็เลยมีการหารือกับผู้ว่ากทม. ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งกทม.ใช้เงินเยอะเกือบ 4,000 ล้านบาท และจะสมทบ 500 ล้านบาท อีก 3,500 ล้านบาทเป็นงบกลางตนนี่แหละ ที่เราได้กันไว้แล้วจากการประชุมครม.ในสัปดาห์ที่แล้ว หมื่นกว่าล้านบาท หวังว่ามันไม่น่าจะมีอีกแล้ว เพราะถ้ามันเกิดเหตุในช่วงนี้ แพ็กเกจประกันภัยก็จะเป็นผู้รับผิดชอบ ฉะนั้นเรื่องเงินไม่พออย่าไปพูด รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบในภาพรวมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ประชาชนบอกว่าปัญหาตอนนี้เงินเยียวยาเข้าช้า ไม่มีใครกดปุ่มจ่ายเงินเขารอมาเป็นสัปดาห์แล้ว ไม่แน่ใจว่าติดปัญหาตรงไหน นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่การตรวจสอบรายชื่อและคุณสมบัติ ต้องเรียนตรงๆว่ามีคนพยายามจะใช้ทริก 1 ครัวเรือนแยกออกไปเป็น 5 ครัวเรือน 10 ครัวเรือนก็มี เราทำอย่างนั้นไม่ได้ เราต้องให้ความยุติธรรมทั่วทั้งประเทศ เรื่องมาตรการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นก็คือครัวเรือนละ 9,000 บาท มันจะแตกหน่ออะไรก็แล้วแต่ มันจะต้องครัวเรือนละ 9,000 บาท ที่มีปัญหาอยู่คือเราจะต้องตรวจสอบ เพราะเห็นหรือไม่ว่ามันมีกรณีที่เกิดขึ้น พอจ่ายไปแล้วไม่ตรงเกณฑ์ แล้วไปเรียกคืนใครเขาจะคืน ต้องทำหนังสือไล่ทวงคืนตามระเบียบราชการ แล้วก็เสียความรู้สึก ซึ่งที่ผ่านมาเราต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยจ่าย แต่อันนี้เราเร่งจ่ายเพื่อให้ประชาชนสะดวกมากขึ้น แต่การตรวจสอบก็ยังต้องเข้มข้น



