
วันที่ 30 ตุลาคม นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือระหว่างสำนักงบประมาณและกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อกำหนดแนวทางการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษา ในช่วงเริ่มต้นของกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 โดยมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและปลัดกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมประชุม
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในการประชุม นายภราดรได้วางหลักการจัดสรรงบประมาณภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรของประเทศ โดยเน้นการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงเป้าหมาย และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทั้งนี้ ความเท่าเทียมไม่ได้หมายถึงการจัดสรรงบประมาณให้ทุกโรงเรียนเท่ากัน แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนและความจำเป็นที่แตกต่างกัน เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่เกาะ พื้นที่ชายแดน และพื้นที่สูง ซึ่งมีข้อจำกัดและต้นทุนการจัดการศึกษาสูงกว่าโรงเรียนทั่วไป
นางสาวรัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้ นายภราดรได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณและกระทรวงศึกษาธิการหารือร่วมกันเพื่อทบทวนสูตรการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง เนื่องจากจำนวนนักเรียนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากเข้าเกณฑ์โรงเรียนขนาดเล็ก และได้รับงบประมาณตามจำนวนนักเรียนลดลง ขณะที่ต้นทุนพื้นฐานในการจัดการศึกษา เช่น บุคลากร อาคารสถานที่ และสาธารณูปโภค ไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกัน จึงจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางการจัดสรรงบประมาณที่สะท้อนต้นทุนและความจำเป็นที่แท้จริงของสถานศึกษามากขึ้น
ทั้งนี้ ทางรัฐบาลตระหนักดีว่าการพิจารณาโรงเรียนขนาดเล็กต้องคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นโอกาสเดียวในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กในชุมชน กับโรงเรียนในพื้นที่ที่มีสถานศึกษาอื่นอยู่ใกล้เคียง ซึ่งอาจมีแนวทางบริหารจัดการที่แตกต่างกัน การจัดสรรงบประมาณจึงต้องพิจารณาทั้งคุณภาพการศึกษา ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ และโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของนักเรียนควบคู่กันไป
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ในช่วงท้ายของการประชุมนายภราดรย้ำว่าการจัดสรรงบประมาณการศึกษาต้องมองให้ลึกกว่าตัวเลขจำนวนนักเรียน เพราะแม้จำนวนนักเรียนจะลดลง แต่ต้นทุนในการจัดการศึกษาไม่ได้ลดลงตามไปด้วย จึงต้องหาวิธีจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละโรงเรียน โดยสำนักงบประมาณพร้อมทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสม สามารถนำไปใช้ได้จริงตั้งแต่ปีงบประมาณ 2571 และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยอย่างเป็นรูปธรรม



