
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณ 2569 ดีกว่าที่ไว้เยอะมากจากเดิมที่คิดว่าจะขาดดุล 4.4% ของจีดีพี แต่ตัวเลขจริงขาดดุลลดลงเหลือเพียง 3.4% ของจีดีพี และเข้าสู่เป้าหมายขาดดุลไม่เกิน 3% ของจีดีพี ภายในปี 2009 ได้เร็วกว่าที่คาดไว้
นายเอกนิติ กล่าวว่า หนี้สาธารณะจะไม่เกินเพดาน 70% เนื่องจากการเก็บรายได้ปี 2569 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มาก จากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม จากการใช้จ่ายขยายตัวมาก ทำให้การคลังไทยดีกว่าที่คาด
ปิดหีบรายได้งบปี 69 สูงกว่าปีก่อนแตะ 2 แสนล้าน
กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิปี งบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 –กันยายน2569) รัฐบาลจัดเก็บรายได้ (Gross) สูงกว่าประมาณการ 89,440 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.6 และสูงกว่าปี ก่อนหน้า 193,215 ล้านบาท หรือ 5.7%
โดยภาษีที่จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการเป็นสำคัญ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งจากการบริโภคในประเทศและจากการนำเข้า ภาษีเงินได้นิติบุคคล และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวได้ดี ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และผลประกอบการของผู้ประกอบการกลุ่มโรงกลั่นและกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าที่ขยายตัวได้ดี
อย่างไรก็ดีรายการหักบางรายการสูงกว่าประมาณการ เนื่องจากกระทรวงการคลังมีนโยบายปรับปรุงกระบวนการคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ ประกอบกับการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูงกว่าประมาณการซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม
ส่งผลให้ในปี งบประมาณ 2569 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ จำนวน 2,948,097 ล้านบาท สูงกว่า ประมาณการ 27,497 ล้านบาท 0.9% และสูงกว่าปี ก่อนหน้า 122,344 ล้านบาท หรือ 4.3%

คลังตุนเงินคงคลังแตะ 6 แสนล้าน
กระทรวงการคลังรายงานข้อมูลฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในปี งบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – กันยายน 2569) รัฐบาลมีรายได้น าส่งคลังทั้งสิ้นจำนวน 2,949,753 ล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 3,922,089 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อ
ชดเชยการขาดดุล จำนวน 894,488 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 575,653 ล้านบาท




