
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่โรงพยาบาลหนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการสู้รบภายในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดนไทย และมีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ซึ่งฝ่ายค้านอยากให้นายกฯออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ได้ดำเนินการทั้งทางกองทัพ และทางการทูตอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีระเบิดลงรายวัน ได้มีการกำชับอะไรไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรารับทราบว่ามีการแจ้งมา และเราก็แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้วว่าเขาจะต้องดำเนินการ โดยไม่ให้มีผลกระทบมามายังประเทศไทย ซึ่งเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาว่าประเทศไทยมีความกังวล และขอให้เขาดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่มุ่งทำร้ายชีวิต บ้านเมือง ทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย
เมื่อถามว่า ทางการเมียนตอบมาอย่างไรบ้าง นายกฯ กล่าวว่า เราได้เชิญเจ้าหน้าที่ของสถานทูตมารับทราบถึงความกังวลของเรา ซึ่งทางผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ดำเนินการไปแล้ว
เมื่อถามว่า ถ้าสถานการณ์ยังไม่ทุเลาลงจะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราต้องปกป้องดินแดนของเราอย่างเต็มที่อยู่แล้ว มีการส่งกำลังไปลาดตระเวนเพิ่มความพร้อมมากขึ้น ซึ่งตนได้กำชับผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงความขัดแย้งให้มากที่สุด เพราะในส่วนที่เขาสู้รบกันมันไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่เกี่ยวกับคนไทย เราก็ต้องป้องกันในส่วนที่เป็นดินแดนของเราให้มากที่สุดเท่าที่เรามีความสามารถ ซึ่งตอนนี้ความเสียหายต่างๆ มันก็มีส่วนหนึ่ง เราถึงต้องเรียกเขามาเตือน
เมื่อถามว่า ปัญหาที่ผ่านมาประชาชนชาวเมียนมาจะหนีภัยเข้ามายังประเทศไทย นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นหลักมนุษยธรรม คือเมื่อเขาเข้ามา พอทุกอย่างสงบเรียบร้อยซึ่งเราก็มีแผนการดำเนินการ ไม่ใช้คำว่าผลักดัน แต่เมื่อทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ของความปลอดภัยแล้ว ก็ขอให้เขากลับไป ซึ่งเขาก็กลับด้วยตัวเขาเอง ส่วนคนที่พยายามจะอยู่ต่อ เราก็พยายามผลักดันออกไปตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการข่มขู่พ่อค้าชาวไทยว่าหากใครไปสนับสนุนชาวกะเหรี่ยงจะถูกทำลายสินค้า นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้ยิน ยังไม่มีข่าวหรือคอนเฟิร์ม



