
วันที่ 3 พ.ย. 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร จ.อุดรธานี) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ BEV และ REEV เพิ่มขึ้นเป็น 35% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงรายละเอียดก่อนหน้านี้
ทั้งนี้ การปรับภาษีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและการผลิตรถยนต์ภายในประเทศมากขึ้น ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมยานยนต์ แทนการพึ่งพาการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปจากต่างประเทศ
สำหรับมาตรการการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถไฟฟ้านำเข้าทั้ง 2 ประเภทที่ให้มีผลในวันที่ 1 ม.ค.2570 เนื่องจากให้เวลากับผู้ประกอบการและผู้ขายรถยนต์มีเวลาปรับตัวกับมาตรการภาษีใหม่
ส่วนกรณีที่มอบหมายให้สรรพสามิต เปิดเจรจากับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยนั้น โดยจะมีการมอบสิทธิพิเศษต่างๆนั้น จะอยู่ในกระบวนการของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งจะอยู่ในระบบของ Fast Pass และมีข้อกำหนดของกระทรวงพาณิชย์ว่า ในการเจรจาการค้าจะใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) เป็นหลัก และแรงงานไทย ซึ่งเมื่อมี 2 ด้านประกอบกัน จะทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์ รวมถึงราคาการผลิตในประเทศจะส่งผลต่อผู้ประกอบการซับพลายเชนในประเทศด้วย
“เหมือนช่วง 20-30 ปีก่อน ที่ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งช่วงแรกอาจมีการนำเข้ารถประกอบมา และพอมาสร้างซับพลายเชนได้แล้ว ชิ้นส่วนต่างๆ จะตามมา”นายเอกภพ กล่าว




