
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดคลัง กล่าวว่า กรมสรรพสามิตคิดเรื่องการทำให้รถยนต์ EV เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย มีบันได 3-4 ขั้นที่ต้องดำเนินการ บันไดขั้นแรก คือ มาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว ดึงให้เกิดการยอมรับการใช้รถยนต์ EV ให้เกิดการใช้ในฝั่งของประชาชน และทำให้ผู้ประกอบการมีการมาตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ EV ในประเทศไทย ซึ่งได้โรงงานผลิตรถยนต์ EV ขนาดใหญ่ของประเทศจีนมา 8 โรงงาน ถือว่าการดำเนินการตามบันไดขั้นที่ 1 ประสบความสำเร็จแล้ว
ในบันไดขั้นที่ 2 จะเห็นว่าภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV อยู่ที่ 10% ทำให้ไม่เกิดแรงจูงใจผู้ประกอบการรถยนต์ EV รายที่ 9 รายที่ 10 รายที่ 11 มีความรู้สึกไม่ต้องตั้งโรงงานประกบรถยนต์รถยนต์ EV ในประเทศไทยก็ได้ โดยยอมนำเข้ารถยนต์ EV เสียภาษีสรรพสามิต 10% แล้วมาแข่งขันกับรถรถยนต์ EV ที่ประกอบในโรงงานที่อยู่ในไทย
“เมื่อรัฐบาลเห็นว่า การตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ EV ไม่เพิ่มแล้ว ก็มีแนวคิดว่าต้องขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV ให้แรงสำหรับรถยนต์ EV นำเข้า เป็นที่มาของมติครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่ขึ้นภาษีรถยนต์ EV นำเข้าจากเดิม 10% เป็น 35%”
นายลวรณ กล่าวว่า เมื่อขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ EV เป็น 35% ผู้นำเข้ามารู้สึกว่าแข่งไม่ได้แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการนำเข้า ต้องตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งเป็นบันได้ขั้นที่ 2 ที่ดำเนินการไปแล้ว และเริ่มเห็นผลทันที เพราะมีผู้ประกอบการรายที่ 9 และ 10 ที่เข้ามาหารือกับกระทรวงการคลังและกรมสรรพสามิต เพื่อตั้งโรงงานรถยนต์ EV ในประเทศไทย
สำหรับบันได้ขั้นที่ 3 เป็นการมองไปล่วงหน้า 3 ปี ซึ่งน่าจะเริ่มใช้ได้ในปี 2572 จะมีการบังคับใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ที่ไม่น้อยกว่า 40% ใหม่ ไม่เหมือนเดิมที่นับกำไร ค่าน้ำค่าไฟ มาคิดไม่ได้อีกต่อไป
ปลัดคลัง ยกตัวอย่างว่า เดิม Local Content มีการคิดกำไร 15% มีการคิดค่าน้ำค่าไฟอีก 5% ซึ่งปรากฎว่ารวมกันเป็น 20% ที่ไปรับรวมเป็น Local Content 40% ซึ่งต่อไปกรมสรรพสามิตจะไม่คิดแบบนี้อีกต่อไป กรมสรรพสามิตจะกำหนดให้เห็นชัดๆ ว่า Local Content 40% ต้องเป็นชิ้นส่วนที่จับต้องได้จริง
ทั้งนี้ การกำหนด Local Content 40% ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะเข้ามาช่วยดูและกำหนด โดยใช้หลัก MADE IN THAILAND (MIT) จะมีการสรุปในไม่ช้านี้
นายลวรณ กล่าวว่า บันได้ขั้นที่ 3 ที่กำหนดเรื่องการใช้ Local Content 40% จะใช้เป็นเรทตรงกลางขึ้นมา ระหว่า
งอัตราภาษี 10% ของผู้มีโรงงานผลิตในประเทศ และ 35% สำหรับผู้นำเข้าอย่างเดียวไม่มีโรงงาน โดยโรงงานที่ใช้ชิ้นส่วน Local Content ไม่ถึงเกณฑ์ 40% จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเรทตรงกลาง ซึ่งอาจจะเป็น 15-20% ที่จะมีการสรุปอีกครั้งหนึ่ง แต่หากผู้ประกอบการสามารถใช้ Local Content 40% ได้ตามเกณฑ์ใหม่ ก็ยังจะเสียภาษีในอัตรา 10% เหมือนเดิม
“ในอนาคตจะมีอัตราภาษีสรรรพมิตรถยนต์ EV จำนวน 3 อัตรา เพื่อตอบโจทย์ให้มีการเป็นฐานการผลิตรถยนต์ EV อย่างแท้จริง ที่มีการใช้ Local Content 40% ให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์อย่างแท้จริง” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวว่า นโยบายการสนับสนุนรถยนต์ EV ของไทยมีความเจนให้ผู้ประกอบการได้ปรับตัว ทั้งสิ่งที่ทำไปแล้ว สิ่งที่กำลังทำอยู่ และสิ่งที่จะทำในอนาคตอีก 3 ปี ซึ่งกรอบใหญ่หลักการสำคัญจะอยู่ภายใต้อัตราภาษี 3 อัตรา
ปลัดคลัง กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต รถยนต์ EV นำเข้าเป็น 35% ได้มีการคิดคำนวณแล้วว่า เพียงพอทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์ EV ในประเทศสามารถแข่งขันได้ เพราะอัตราสรรพสามิตรถยนต์ EV ใหม่ 35% เมื่อคิดเป็นต้นทุนภาษีที่เกิดขึ้นจริงเท่ากับ 49%
“กระทรวงขอย้ำว่า การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ EV ไม่ได้เป็นการเอาใจผู้ประกอบการญี่ปุ่น แต่เป็นโครงสร้างภาษีรถยนต์ EV ที่กรมสรรพสามิตคิดมานานแล้วว่า ต้องเป็นบันได้ 3 ขั้น เพราะเมื่อการตั้งโรงงาน 8 โรงงานที่ผ่านมาไม่เพิ่ม การอยากให้มีการเกิดโรงงานใหม่ขึ้นอีก ก็ทำตามบันไดขั้นที่ 2 และ 3” นายลวรณ กล่าว



