
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์ ในเดือนกรกฎาคม 2569 ดังต่อไปนี้
ยอดผลิตรถยนต์ เดือน ก.ค. 2569 จำนวน 117,383 คัน เพิ่มขึ้น 6.12% ผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า 13,422 คัน เพิ่มขึ้น 271% ผลิตรถกระบะไฟฟ้า 346 คัน เพิ่มขึ้น 686%
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 834,595 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 ที่ 0.09%
ขณะที่ยอดขายรถยนต์ 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07%
ขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) 21,492 คัน เพิ่มขึ้น 126.11%
ขายรถกระบะไฟฟ้า 467 คัน เพิ่มขึ้น 764.81%
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่น่ากังวลมาก ๆ จากยอดขายรถยนต์เจ็ดเดือนแรกของปีที่มีจำนวน 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% นั้น เป็นการขายรถยนต์นั่งไฟฟ้าถึง 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% แต่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับ 37.42% ของขาย เป็นการขายของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าถึง 62.58% จึงมีการเรียกร้องให้มีการพิจารณาในเรื่องภาษีที่อาจจะไม่เป็นธรรมกับรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยซึ่งมีการจ้างแรงงานคนไทย และใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศซึ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตกลับต้องเสียเปรียบรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรมกับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ
ที่น่ากังวลใจมากอีกเรื่องหนึ่งคือยอดขายรถกระบะที่ยังคงขายลดลงเหลือเพียงหนึ่งหมื่นกว่าคันจากที่เคยขายเดือนสามหมื่นกว่าคัน ลดลงถึงกว่า 60% เพราะความเข้มงวดของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำมาตลอดหลายไตรมาส ไตรมาสสองของปีนี้เติบโต 1.9% ลดลงจากไตรมาสหนึ่งที่เติบโต 2.8%
ยอดขายรถกระบะซึ่งใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศถึง 90% ลดลงส่งผลกระทบถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กระบะและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในซัพพลายเชนของรถกระบะลดลงด้วย
ด้านการส่งออกรถยนต์ 74,169 คัน เพิ่มขึ้น 2.39% ส่งออกรถยนต์นั่งไฟฟ้า 1,799 คัน เพิ่มขึ้น 1,399.17% ส่งออกรถกระบะไฟฟ้า 299 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 536.17%



