
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า รัฐบาลใหม่จะเจอกับโจทย์หินทางเศรษฐกิจไทยอาจหดตัวในไตรมาส 3 เทียบไตรมาส 2
ทั้งนี้ เริ่มต้นไตรมาส 3 ด้วยภาพที่ไม่ค่อยดีนักสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจรายเดือนในเดือนกรกฎาคมหรือเดือนแรกของไตรมาส 3 นี้ หลังทางธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยที่ดูจะซบเซา ขณะที่เรากำลังรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อยู่นี้ แต่ผมเชื่อว่านายกฯคนใหม่กำลังจะเจอโจทย์หิน ที่เศรษฐกิจไทยเสี่ยงหดตัวเทียบไตรมาสต่อไตรมาส รัฐบาลไม่มีเวลาฉลอง ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นโดยเร็ว เราอยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เร่งสร้างงาน สร้างรายได้ระยะยาว ไม่เพียงการแจกเงินเพียงอย่างเดียว อีกทั้งต้องเร่งดึงดูดการลงทุน เปิดตลาดใหม่ทดแทนตลาดสหรัฐที่จะชะลอลง เร่งเจรจาการค้า หรือ FTA หลังจากนี้ไป เราอาจต้องรับมือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ความผันผวนของค่าเงิน การหดตัวของสินเชื่อลากยาว และรายได้ผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวที่โตต่ำ สิ่งสำคัญที่ต้องทำหลังมีรัฐบาลใหม่คือเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น ทั้งผู้บริโภคในประเทศ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักลงทุน เพื่อให้คนกลับมาใช้จ่าย กลับมาลงทุน ในขณะที่เราคงจะเฝ้าจับตาการประสานของนโยบายการเงินและนโยบายการคลังให้มากขึ้นหลังจากนี้
สรุปเศรษฐกิจเดือนกรกฎาคมสั้นๆ ได้ดังนี้
1 การบริโภคภาคเอกชน – ตัวเลขดัชนีการบริโภคภาคเอกชน หรือ PCI ทรงตัว (ติดลบ 0.2% จากเดือนก่อน) โดยเฉพาะภาคบริการที่ลดลงจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว แม้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนดูจะฟื้นตัวจากเดือนก่อนๆ แต่ก็ยังต่ำเทียบจากปีที่ผ่านมา ขณะที่การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวโดยรวมลดลง อาจด้วยการเร่งทำ promotion ของผู้ประกอบการ ส่วนการบริโภคที่ดีขึ้นมาจากหมวดยานยนต์และสิ่งทอ/เครื่องนุ่งห่ม แต่ดูแนวโน้มการบริโภคแล้วผมว่าน่าจะชะลอต่อเนื่องจากความเชื่อมั่นที่อ่อนแอ ทั้งจากเสถียรภาพการเมืองในประเทศ สงครามการค้า และปัญหาชายแดนกับกัมพูชา ส่วนกำลังซื้อจากภาคเกษตรก็น่าจะอ่อนแอต่อเนื่อง จากปัจจัยด้านราคาสินค้าเกษตรสำคัญที่ลดลง กดดันกำลังซื้อในกลุ่มนี้
2 การลงทุนภาคเอกชน – ตัวเลขดัชนีการลงทุนภาคเอกชน หรือ PII หดตัว หรืออยู่ที่ -0.4% จากเดือนก่อน โดยเฉพาะหมวดเครื่องจักร แม้ว่าหมวดก่อสร้างจะดีขึ้นจากพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างกลุ่มโรงแรมและบ้านเดี่ยว แต่หากดูรายละเอียดด้านการผลิต จะเห็นตัวเลขดัชนีภาคการผลิต หรือ MPI ที่หดตัวจากเดือนก่อน ที่ -2.2% แม้ทางรายงานจะบอกว่าเป็นปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นและการย้ายโรงงานผลิตรถยนต์ก็ตาม ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์โดยรวมก็ยังดูไม่ดีนัก ด้วยอุปสงค์อ่อนแอ อุปทานยังล้นความต้องการ โครงการใหม่โดยเฉพาะอาคารชุดแนวสูงออกใหม่น้อยมาก
3 การใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาครัฐน่าจะเป็นตัวพยุงเศรษฐกิจได้ แต่ต้องดูต่อว่าจะเร่งได้นานหรือไม่เพราะเริ่มอยู่ในระดับสูงเทียบก่อนหน้ามากแล้ว อาจต้องดูการเร่งการเบิกจ่ายในไตรมาสนี้
4 การส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน ทั้งกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรและเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ด้านผลิตภัณท์ปิโตรเลียมยังลดลงจากการปิดซ่อมโรงกลั่น ราคาน้ำมันที่ลดลง และการค้าชายแดนไทย-กัมพูชาที่ลดลง