ไทยออยล์ ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนระดับสูงสุด “Top 1%”

Date:

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนระดับสูงสุด “Top 1%” เป็นปีที่ 10 ในกลุ่มอุตสาหกรรมการตลาดและการกลั่นน้ำมันและก๊าซ จากการจัดทำ Sustainability Yearbook 2026 โดย S&P Global ซึ่งอ้างอิงผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) Score ประจำปี 2025

นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่บริษัทฯ ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนอยู่ในระดับสูงสุด “Top 1%” เป็นปีที่ 10 ในกลุ่มอุตสาหกรรมการตลาดและการกลั่นน้ำมันและก๊าซ จากการประกาศผลใน Sustainability Yearbook 2026 ซึ่งเป็นการประเมินจาก S&P Global CSA Score ประจำปี 2025 โดยบริษัทฯ ได้รับคะแนนสูงสุดจาก 45 บริษัททั่วโลกที่เข้ารับการประเมินในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งคัดกรองมาจากบริษัทชั้นนำกว่า 8,551 บริษัท ใน 59 อุตสาหกรรมทั่วโลก”

“ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ผสมผสานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ หรือ ESG (Environment, Social, and Governance) เข้าด้วยกันอย่างสมดุล เพื่อตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนในระดับสากล”

ในปี 2025 ไทยออยล์รักษาเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่น ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Transition) และกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารจัดการด้าน ESG ที่เป็นเลิศใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย

– มิติด้านสิ่งแวดล้อม: ไทยออยล์ยกระดับการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยความพยายามเร่งเป้าหมาย Net Zero (Accelerated Net Zero Target) ภายในปี 2050 โดยแสวงหาการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และส่งเสริม ขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจผ่านกลยุทธ์ 3Cs ประกอบด้วย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต (C1: Cut Down Existing Emissions) การชดเชยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เหลืออยู่ (C2: Compensate Residual Emissions) การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคต (C3: Control Future Emissions) ด้วยการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม

– มิติด้านสังคม: ไทยออยล์ดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนและสังคมภายใต้แนวคิดการสร้างผลประโยชน์ร่วม (Co-benefit) เช่น การจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดูแลโครงการปลูกป่าของบริษัทฯ ส่วนชุมชนในพื้นที่รอบโรงกลั่น ไทยออยล์ดำเนินงานยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ผ่านโครงการพัฒนาอาชีพเสริม การส่งเสริม
สุขภาวะ การสนับสนุนทุนการศึกษา เป็นต้น เพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากนี้ ยังได้สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานทางเลือก โดยดำเนินโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่หน่วยงานสาธารณสุขและสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว 

– มิติด้านการกำกับดูแลกิจการ: ไทยออยล์ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านการบูรณาการหลักการ GRC (Governance – Risk & Internal Control – Compliance) ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและยั่งยืน

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนความสามารถของไทยออยล์ในการปรับตัวท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและยืนยันความตั้งใจของบริษัทฯ ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

เกี่ยวกับ ไทยออยล์

ไทยออยล์เป็นผู้ประกอบธุรกิจการโรงกลั่นนํ้ามันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) และเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน 

นอกจากนี้ ไทยออยล์มีระบบการบริหารจัดการที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ (Operational Excellence) โดยบริหารงานเป็นกลุ่มที่มีการเชื่อมโยงธุรกิจ ทั้งธุรกิจการกลั่นน้ำมัน ธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน โดยร่วมวางแผนการผลิตก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันมีคุณภาพสูงในระดับโรงกลั่นชั้นนำ (Top quartile) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทำให้ได้เปรียบเชิงต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริหารการขนส่ทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด และธุรกิจ New S-Curve

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ ‘Best CEO Awards’ เวที ‘SET Awards 2026’ 

‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ ‘Best CEO Awards’ พร้อมอีก 2 รางวัลจากเวที ‘SET Awards 2026’  ตอกย้ำผู้นำวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน

BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคมวงเงิน 4,500 ล้านบาท

BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคมวงเงิน 4,500 ล้านบาทเป็นครั้งแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.69% ต่อปี มียอดความต้องการลงทุนกว่า 5,800 ล้านบาท

รัฐบาลชู ‘อุดรธานีโมเดล’ ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง

รัฐบาลชู ‘อุดรธานีโมเดล’ ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง สร้างที่อยู่มั่นคงยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

‘ประชาธิปัตย์’ ฟันธง ไฮสปีด 3 สนามบิน ส่อไปไม่ถึงฝั่ง

‘ประชาธิปัตย์’ ฟันธง ไฮสปีด 3 สนามบินส่อไปไม่ถึงฝั่ง จี้ รัฐบาลแจงสัญญาพัง ถามหาคนรับผิดชอบงบศึกษา-เวลาที่เสียไป 7 ปี