
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง กล่าวว่า วันนี้โลกและประเทศไทยเจอวิกฤตพลังงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบอกว่าโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนต้องปรับตัว รวมถึงประเทศไทยด้วย
ทั้งนี้ที่ผ่านมา ทุกคนประเมินว่าจะต้องเจตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของโลกและประเทศไทยที่สำคัญใน 3 ภาพใหญ่ๆ ประกอบด้วย
ภาพที่ 1 ปีที่ผ่านเห็นชัด สหรัฐฯ จีน ประเทศตะวันออกลาง มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเอาความขัดแย้งนี้ไปผูกรวมกับความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ทำสงครามสู้รบระหว่างกัน แล้วอย่างทำสงครามการค้าไปด้วย มีการขึ้นภาษี ราคาน้ำมัน ทำให้เห็นว่าโลกแบ่งขั้วโลกแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน
ภาพที่ 2 การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การใช้ AI เร็วมากๆ ใครที่ตกการเปลี่ยนผ่านนี้ จะเป็นเรื่องที่ลำบากมาก
ภาพที่ 3 ปัญหาความแปรปวนของสิ่งแสดล้อม ประเทศไทยเจอน้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้ว ปีนี้จะเจอปัญหาภัยแล้ง
นายเอกนิติ กล่าวว่า มี 3 อย่าง ที่โลกเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยก็ต้องปรับให้เร็ว เป็นการด่วน เพื่อให้ธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย อยู่รอดต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาวประกอบด้วย
1 เรื่องพลังงานสะอาด เอกชนต้องมาลงทุน ทำเองขายเอง รัฐทำเองไม่ได้
2 เรื่องการเร่งลงทุน ต้องร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิด Smart Industry (สมาร์ทอินดัสตรี) หรืออุตสาหกรรมอัจฉริยะ คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เช่น A, Big Data และ Automation มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต
3 เรื่องพี่ช่วยน้อง ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีกำลังความสามารถต้องช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก เดินไปได้พร้อมกันทำให้เกิดความแข็งแรงทั้งกระบวนการผลิต



