ไทยออยล์ ผลิตเต็มประสิทธิภาพ รองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศ

Date:

เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 รายงานผลการดำเนินงานในปี 2568 ซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 1.8 บาทต่อหุ้น และเมื่อหักเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.8 บาทต่อหุ้นแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผลจ่ายสำหรับผลประกอบการ 6 เดือนหลัง ในอัตราหุ้นละ 1 บาทต่อหุ้น

ในปี 2568 ไทยออยล์ ได้ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีแผนปฏิบัติการเชิงรุกและการบริหารจัดการความเสี่ยงรองรับสถานการณ์ต่างๆ รวมถึงความท้าทายและความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาพรวมธุรกิจของบริษัทฯ อยู่ในระดับดี โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

1 เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจปัจจุบัน ผ่านการดำเนินงานปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามวาระของหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ และหน่วยสนับสนุนที่เกี่ยวข้องสำเร็จตามแผนงานที่กำหนด 

2 ดำเนินโครงการสำคัญตามแผนกลยุทธ์ โดยเดินหน้าก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาและบริษัทผู้รับเหมารายใหม่ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย และควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด 

3 เสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน ดังนี้

3.1 การดำเนินโครงการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

    3.2 การเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ปตท. ในการขยายวงเงินเครดิตที่ใช้ ในการจัดซื้อน้ำมันดิบ

    3.3 การลดระดับหนี้สินและจัดการโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสม ประกอบด้วย การไถ่ถอนหุ้นกู้ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ การชำระคืนเงินกู้กับสถาบันการเงินก่อนกำหนด และการออกหุ้นกู้ ชั่วนิรันดร์มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

    4 การบริหารจัดการด้านความยั่งยืน ปรับเร่งเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยแสวงหาการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 36,115 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2568 พร้อมทั้ง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของหน่วยผสมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานชีวภาพแบบยั่งยืน 

      สำหรับผลประกอบการในปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิรวม 3,171 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้รับปัจจัยบวกจากรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรจากการไถ่ถอนหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ 4,042 ล้านบาท และกำไรจากการต่อรองราคาเข้าซื้อธุรกิจของบริษัทร่วมในประเทศสิงคโปร์ 7,371 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 14,584 ล้านบาท

      ทั้งนี้ จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2569 บริษัทฯ ได้ดำเนินการผลิตอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยใช้อัตราการกลั่นสูงสุด (Refinery Utilization Rate) ที่ระดับ 113% พร้อมเร่งปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น อาทิ แอฟริกาและอเมริกา เพื่อทดแทนน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง แม้ว่าต้นทุนที่เกี่ยวข้อง  เช่น ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย จะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม

      นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 18.7 ล้านลิตรต่อวันเป็น 19.8 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้น พร้อมเปิดให้บริการคลังน้ำมันที่โรงกลั่นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่ง ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

      บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจัดหาน้ำมันดิบอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศอย่างเต็มกำลัง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

      Share post:

      spot_img
      spot_img

      Related articles

      ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ ‘Best CEO Awards’ เวที ‘SET Awards 2026’ 

      ‘ผยง ศรีวณิช’ คว้ารางวัลใหญ่ ‘Best CEO Awards’ พร้อมอีก 2 รางวัลจากเวที ‘SET Awards 2026’  ตอกย้ำผู้นำวิสัยทัศน์ ขับเคลื่อนองค์กรยั่งยืน

      BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคมวงเงิน 4,500 ล้านบาท

      BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคมวงเงิน 4,500 ล้านบาทเป็นครั้งแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.69% ต่อปี มียอดความต้องการลงทุนกว่า 5,800 ล้านบาท

      รัฐบาลชู ‘อุดรธานีโมเดล’ ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง

      รัฐบาลชู ‘อุดรธานีโมเดล’ ต้นแบบจัดงบซ่อมบ้านพอเพียง สร้างที่อยู่มั่นคงยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบาง

      ‘ประชาธิปัตย์’ ฟันธง ไฮสปีด 3 สนามบิน ส่อไปไม่ถึงฝั่ง

      ‘ประชาธิปัตย์’ ฟันธง ไฮสปีด 3 สนามบินส่อไปไม่ถึงฝั่ง จี้ รัฐบาลแจงสัญญาพัง ถามหาคนรับผิดชอบงบศึกษา-เวลาที่เสียไป 7 ปี