‘ศุภจี’ ชื่นชมความสำเร็จนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

Date:

วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT ณ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและนำชมการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทย

นางศุภจี กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมการดำเนินงานของ SACIT ที่สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านศิลปหัตถกรรมไทยจนประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการมีส่วนสำคัญในการจัดนิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 13 พฤษภาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการนำฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมผลงานหัตถศิลป์ไทย ไปจัดแสดง ณ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะและแฟชั่นที่สำคัญที่สุดของโลก

“นิทรรศการดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมจากผู้เข้าชมจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความประณีตงดงามของผ้าไทย ชุดไทย และงานหัตถศิลป์ไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของช่างฝีมือไทยและคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาไทยที่สามารถยืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ” นางศุภจี กล่าว

และโครงการ Thai Kimono Project ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ร่วมกับ SACIT และ บริษัท OMIYA จำกัดประเทศญี่ปุ่น นำผ้าทอไทยภายใต้โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทำกิโมโนผ้าไทย นำลวดลายและผืนผ้าหลากหลายมาประยุกต์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย ขณะเดียวกันยังคงรักษาแบบแผนดั้งเดิมตามมาตรฐานกิโมโนของญี่ปุ่นไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของงาน Crafts Bangkok 2026 ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนและผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สะท้อนถึงคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพของผู้ผลิตงานหัตถศิลป์ไทยที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและรายได้ให้แก่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง

ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมหอศิลปาชีพ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการ “คู่พระบารมี” ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมอาชีพและงานศิลปาชีพของพระบรมวงศานุวงศ์ไทย ตลอดจนหอหัตถศิลป์ระหว่างประเทศ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการ “จักสาน” ถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิวัฒนาการของงานจักสานจากอดีตสู่ปัจจุบันผ่านมุมมองร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมหอสุพรรณพัสตร์ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” งานย่านลิเภา และเครื่องทองโบราณอันทรงคุณค่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงเยี่ยมชมหอนวัตศิลป์ ซึ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ร่วมสมัยที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแนวคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

ผู้บริหาร SACIT ได้รายงานผลการดำเนินงานและภารกิจสำคัญของสถาบันในการสืบสาน ส่งเสริม และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การอนุรักษ์องค์ความรู้และยกย่องเชิดชูครูศิลป์ ครูช่าง และทายาทช่างฝีมือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วยงานวิจัย นวัตกรรม และเทคโนโลยี การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการขยายโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการจัดงานแสดงสินค้า การพัฒนาช่องทางการค้าออนไลน์ และการสร้างภาพลักษณ์งานหัตถกรรมไทยให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า SACIT เป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทสำคัญในการสืบสานและต่อยอดพระราชดำริด้านการส่งเสริมผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนทั่วประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการสร้างโอกาสทางการค้าและการเพิ่มมูลค่าจากทุนทางวัฒนธรรมของประเทศ

กระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ SACIT ในทุกมิติ ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์ การขยายตลาด การสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การผลักดันผลงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล และการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าให้กับผลงานของช่างฝีมือไทย พร้อมร่วมกันผลักดันให้ผ้าไทยและงานศิลปหัตถกรรมไทยเป็นที่รู้จักและเข้าถึงผู้คนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศ

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT กล่าวว่า สถาบันจะเดินหน้าผลักดันการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทั้งด้านการพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือ การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาตลาด และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล และสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาของชาติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ SACIT มุ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรมไทยในรูปแบบ “Knowledge Ecosystem” ที่เชื่อมโยงเครือข่ายช่างฝีมือ ชุมชน ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่ออนุรักษ์และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาไทยสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลในฐานะหนึ่งในอัตลักษณ์สำคัญของประเทศ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ พุ่ง 4 พันล้านบาท

รัฐบาล เก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ ‘ตั้งแต่บาทแรก’ 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. 

นายกฯ อนุทิน ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก

ปิดฉาก “Gastech 2026” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ศูนย์กลางแห่งดีลพลังงานโลก เผยมูลค่าด้านความร่วมมือ–จัดหา และลงทุนพลังงานกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายกฯ อนุทิน ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ ‘50 ปีทองไทย–จีน’