
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการกลับรายการผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ในไตรมาสก่อน ส่งผลให้ผลขาดทุนจากสัญญาซื้อขายส่วนต่างน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันล่วงหน้า (Oil Hedging) ลดลงเหลือ 879 ล้านบาท และรับรู้กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 4,415 ล้านบาท
ในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีรายได้ 144,177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อน และ 45% จากปีก่อน มี EBITDA 17,186 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจากมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 326,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA 43,763 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 13,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ เมื่อรวม Inventory Gain (รวม NRV) และรายการพิเศษอื่น บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 18,383 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 12.51 บาท
จากความโดดเด่นและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับที่ 21 ของบริษัทชั้นนำ 500 แห่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามการจัดอันดับของ Fortune Southeast Asia 500 ในปี 2569 อีกทั้งหลักทรัพย์ BCP ยังได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี SET50 สำหรับรอบการคำนวณระหว่าง 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพในการเติบโตและการสร้างมูลค่าในระยะยาวของกลุ่มบริษัทบางจาก
สำหรับฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 27,611 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวม 374,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75,950 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ วันที่
31 ธันวาคม 2568 มีหนี้สินรวม 272,149 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 57,485 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้นรวม 102,606 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,465 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทใหญ่ 83,353 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.05 เท่า



