เลขาสภาพัฒน์ฯ มั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นยังปักหลักไทย

Date:

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. กล่าวในการแถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และกระแสข่าวอินโดนีเซียพยายามดึงโตโยต้าไปลงทุนว่า ไทยยังมีจุดแข็งสำคัญจากฐานการผลิตและซัพพลายเชนที่สะสมมานาน

นายดนุชากล่าวว่า โตโยต้ามีฐานการลงทุนในอินโดนีเซียอยู่แล้ว และผลิตรถบางประเภทในประเทศดังกล่าว แต่ประเทศไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี ทำให้ห่วงโซ่อุปทานในไทยขยายตัวทั้งทางกว้างและทางลึก

เลขาธิการ สศช.ระบุว่า การย้ายหรือขยายฐานผลิตไปประเทศอื่นไม่ใช่เรื่องตัดสินใจได้ทันที เพราะต้องดูความพร้อมของซัพพลายเชน แรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และระบบสนับสนุนทั้งหมด หากยังไม่พร้อม การย้ายฐานหลักย่อมทำได้ยาก พร้อมเชื่อว่าค่ายรถญี่ปุ่นยังมองไทยเป็นฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

นายดนุชากล่าวว่า มาตรการที่กระทรวงการคลังเตรียมปรับปรุงภาษี เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วนให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตในไทย จะช่วยหนุนการผลิตและการลงทุนในประเทศให้เดินต่อได้ดีขึ้น

ส่วนข้อกังวลเรื่องรายได้รัฐจากภาษีนำเข้า เลขาธิการ สศช.เห็นว่า ผลกระทบมีจำกัด เพราะรายได้จากอากรนำเข้าลดความสำคัญลงมากแล้ว จากผลของ FTA และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศหลายกรอบ รัฐจึงควรมองประโยชน์จากการจ้างงานและมูลค่าเพิ่มในประเทศมากกว่ารายได้ภาษีเพียงด้านเดียว

สำหรับการส่งออกรถยนต์ที่ลดลง นายดนุชากล่าวว่า แนวโน้มที่ลดลงต่อเนื่องมาจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หรือ ICE โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง ซึ่งหลายประเทศเริ่มตั้งเงื่อนไขคาร์บอนเข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันตลาดโลกแข่งขันสูงจากรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม รถกระบะ 1 ตัน ซึ่งเป็นสินค้าแชมเปี้ยนของไทยยังขยายตัวได้ดี โดยยังเติบโตประมาณ 50% สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีฐานสินค้าที่แข็งแรง แม้บางกลุ่มผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่

ต่อประเด็น FTA ไทย-จีนที่ทำให้ภาษีนำเข้ารถยนต์เป็นศูนย์ นายดนุชากล่าวว่า มาตรการ EV ของไทยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศอยู่แล้ว จึงเป็นแรงจูงใจกึ่งบังคับให้เกิดฐานผลิตจริง ไม่ใช่เพียงนำเข้ามาขาย

ส่วนชิ้นส่วน EV บางรายการที่ไทยยังผลิตไม่ได้ เช่น มอเตอร์หรือระบบขับเคลื่อน อาจต้องอำนวยความสะดวกให้นำเข้าก่อนในช่วงแรก แล้วค่อยพัฒนาให้เกิดการผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อรักษาฐานอุตสาหกรรมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ พร้อมรับมือภัยพิบัติ

‘ศุภจี’ ยัน ‘กระเป๋าต้องรอด 72 ชม.’ ได้เตรียมสินค้าไว้พร้อมแล้ว ประสาน ปภ.-ห้างค้าส่ง คุมเข้มห่วงโซ่อุปทานรับมือภัยพิบัติ

กรมศุลกากร ยึด ‘เต่า’ ตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

กรมศุลกากรบูรณาการร่วมกับกรมประมง กรมอุทยาน ฯ ตำรวจ บก. ปทส. และคลังสินค้าฯ ตรวจยึดเต่าตามบัญชีไซเตส มูลค่า 1.44 ล้านบาท

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ

นายกฯ อนุทิน สานต่อความร่วมมือภาคธุรกิจสหรัฐฯ จากนครนิวยอร์กสู่ทำเนียบรัฐบาล หารือ USABC พร้อม 33 บริษัทชั้นนำ ขยายโอกาสการค้า–การลงทุน ดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว

‘ศุภจี’ รู้สึกดี ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ชี้ ต้องดูทั้งระบบ พยุงระยะยาว ปลื้ม ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ‘B20-E20’ เริ่มส่งผล ทำปาล์มพุ่ง