
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยว่า การจ้างงานไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้มีงานทำมี 41.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.1%
อย่างไรก็ตามในส่วนของชั่วโมงการทำงานปรับลดลง มีส่วนของผู้ทำงานล่วงเวลาอยู่ที่ 6.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3% แล้วก็มีผู้ทำงานต่ำระดับ 1.9 แสนคน เพิ่มขึ้น 19.1% โดยค่าจ้างแรงงานลดลง 0.25% เป็นกลุ่มอาชีพอิสระลดลง 1.96% มีรายได้อยู่ที่ 16,000 บาทต่อเดือน ส่วนลูกจ้างในระบบปรับตัวดี ค่าจ้างอยู่ที่ 15,800 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 0.9%
อย่างไรก็ตาม อัตราการว่างงานรวมเพิ่มขึ้น 0.95% หรือมีผู้ว่างงาน 4 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นคนที่เคยทำงานมาก่อนถึง 2 แสนคน หรือคิดเป็น 49%
สำหรัลข้อมูลในระบบประกันสังคมพบว่าการว่างงาน คือกลุ่มที่มีชั่วโมงการทำงานต่ำกว่าเกณฑ์ ก็เพิ่มสูงขึ้น 2.37% คิดเป็นตัวบุคคล 2.2 ล้านคน
ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ คือ
1 การบังคับใช้กฎหมายกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะครอบคลุมสถานประกอบการเกือบ 1.1 แสนแห่ง และลูกจ้างราว 5.7 ล้านคน จึงควรเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์แก่ลูกจ้าง และพัฒนาระบบรองรับการดำเนินงาน
2 ความเสี่ยงต่อการจ้างงานในภาคเกษตรจากปรากฏการณ์เอลนีโญ หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้งและคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงครึ่งแรกของปี 2570 อาจกระทบทั้งผลผลิต รายได้จะลดลง 8% และความต้องการแรงงานภาคเกษตร ทำให้บางส่วนต้องย้ายไปทำงานในภาคเศรษฐกิจอื่น
3 การลักลอบประกอบอาชีพสงวนของแรงงานข้ามชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พบแรงงานข้ามชาติทำงานผิดกฎหมาย 3,217 ราย เกือบ 1 ใน 3 เป็นการลักลอบประกอบอาชีพสงวน เพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายควบคู่กันไป เพื่อทำให้อาชีพสงวนเพื่อคนไทยมีอยู่



