
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยผลสำรวจ ความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,589 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับลดลงจากระดับ 51.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ที่ระดับ 50 แม้จะได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ความกังวลด้านค่าครองชีพ ภาระหนี้ กำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ประชาชนยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับลดลงจากระดับ 51.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน อยู่ที่ระดับ 39.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 41.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 56.0 แม้จะปรับตัวลดลงจากระดับ 57.3 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชนบรรเทาภาระค่าครองชีพ และเสริมสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย (2) การส่งออกยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) ความกังวลต่อค่าครองชีพ รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ ที่ยังอยู่ในระดับสูง (2) ความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้าหลักของไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต การส่งออก และการบริโภคในประเทศ (3) ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัว จากการทยอยเดินทางกลับประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาว
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของภาคอื่น ๆ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 49.2 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 52.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และสังคม/ความมั่นคง ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 47.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 50.2 ในเดือนก่อนหน้า และภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 49.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 51.0 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 52.0 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.9 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 49.9 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 49.2 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลุ่มอาชีพผู้ประกอบการ พนักงานของรัฐ นักศึกษา และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของอาชีพอื่น ๆ 3 กลุ่มอาชีพ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยมี เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 48.4 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 50.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ราคาสินค้าเกษตร และมาตรการของรัฐ พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 50.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และสังคม/ความมั่นคง ผู้ประกอบการ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 51.3 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ รับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 48.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วนพนักงานของรัฐ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.1 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 54.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง นักศึกษา อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.5 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย สังคม/ความมั่นคง และเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.3 โดยปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และเศรษฐกิจโลก เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 45.1 ปรับตัวลดลงจากระดับ 45.6 ในเดือนก่อนหน้า
นายนันทพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนสิงหาคม 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับความเชื่อมั่นที่ 50 สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีความระมัดระวังต่อภาวะเศรษฐกิจและการใช้จ่ายมากขึ้น แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ พยุงกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ประกอบกับภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นยังถูกกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง กำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างจำกัด การชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมือง เศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต การค้า การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น สะท้อนว่าประชาชนยังคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในระยะข้างหน้า จากแรงสนับสนุนของฤดูกาลท่องเที่ยว มาตรการภาครัฐ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลปลายปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการบริโภค การจ้างงาน และการสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดำเนินการมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด ดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอและราคาเป็นธรรม ตลอดจนจัดกิจกรรมจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่ต่าง ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าและเข้าถึงตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการค้าภายในประเทศในช่วงเทศกาลปลายปี และขยายโอกาสทางการค้าในต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย สร้างรายได้ และเสริมความเชื่อมั่นของประชาชนให้ฟื้นตัวต่อไป



