
วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว แต่ยังมีแรงส่งจากการส่งออกและการลงทุน โดยในเดือนกรกฎาคมดัชนีการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวลดลง (PCI +3.2% YoY จาก +4.6% เดือนมิถุนายน) แม้ยังมีแรงหนุนจากมาตรการรัฐ สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนยังเติบโตสูง (PII +12.9% จาก +18.6%) แม้จะชะลอลงบ้างตามการนำเข้าสินค้าทุนที่เร่งตัวในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำขยายตัวต่อเนื่อง (+25.4% จาก +24.8%) และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น (2.5 ล้านคน จาก 2.1 ล้านคน)
ในระยะต่อไป วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะได้รับแรงส่งจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1) การลงทุนภาคเอกชน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ช่วงครึ่งปีแรกที่ขยายตัวต่อเนื่อง (+36.7%) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว (+100%) รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนผ่านโครงการ Thailand FastPass
2) การส่งออกในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก และวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์
และ 3) ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
อย่างไรก็ดี การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจถูกจำกัดจากหลายปัจจัย อาทิ
1) การบริโภคภาคเอกชนที่มีแนวโน้มสูญเสียแรงส่งภายหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้น เนื่องจากรายได้โตต่ำและหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
2) ภาวะเอลนีโญที่จะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตร รายได้เกษตร และภาคการผลิตที่เกี่ยวข้อง
3) สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ
และ 4) มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.1% ในปี 2569



