“จระเข้” เดินหน้าสู่ทศวรรษที่ 4 คาดยอดขายปีนี้เติบโตกว่า 10%

Date:

นายศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำในการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าตรา “จระเข้” นวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่ง ครบวงจรตั้งแต่ฐานรากจนถึงหลังคามากว่า 30 ปี เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าก่อสร้าง เพื่อคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของการให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

สำหรับก้าวต่อไปของจระเข้และทิศทางการดำเนินธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดกาวซีเมนต์และกาวยาแนวปูกระเบื้อง และไม่หยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรมเคมีก่อสร้าง ที่ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น นวัตกรรมซ่อมแซม และตกแต่งแบบครบวงจร เพื่อบ้าน อาคาร ไปจนถึงงานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) SEE JORAKAY สีธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากสีทั่วไปโจทย์เทรนด์สุขภาพและการดูแลสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์น้ำยาเคลือบและปกป้องพื้นผิว (Coating) และ JORAKAY GREEN PRODUCTS ตอบโจทย์อาคารเขียว

ทั้งนี้ แผนการลงทุนใน 3-5 ปี จะมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งในด้านของการขยายสินค้ากลุ่มเคมีก่อสร้างให้ครอบคลุมมากขึ้น ใช้ Enterprise Resource Planning หรือ ERP พัฒนาระบบการจัดการตั้งแต่ การผลิต จัดส่ง และเชื่อมต่อการชำระเงิน รองรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย สอดคล้องกับธุรกิจยุคใหม่ ผนวกกับ Customer Data / Digital Transformation เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ มากขึ้น รวดเร็วขึ้น ในรูปแบบของ B2B2C เสริมด้วย Non Products เช่น บริการติดตั้ง โดยช่างฝีมือที่ได้รับการรับรองจากศูนย์ฝึกอบรม จระเข้ อะคาเดมี่ (JORAKAY ACADEMY TRAINING CENTER) เป็นการต่อยอดบริการให้คำปรึกษาและบริการเกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัยอย่างครบวงจร

ด้านการขยายตลาดในต่างประเทศ จะมุ่งไปในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสการเติบโตสูง

สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้านวัตกรรมเพื่องานก่อสร้าง ซ่อมแซม และตกแต่งแบบครบวงจร งานโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการก่อสร้างระบบคมนาคมเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการต่อยอดนวัตกรรมใหม่มุ่งตอบโจทย์สุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย เช่น ลดความเสี่ยงเชื้อโรค ลดสารประกอบอินทรีย์วัตถุระเหยง่าย (VOCs) เป็นต้น

โดยปัจจุบันสินค้าที่มียอดขายสูงสุดกว่า 80% ของยอดขายทั้งหมด ได้แก่ กลุ่มกาวซีเมนต์ เขียว แดง เงิน ทอง โดยเฉพาะกาวเขียวที่มียอดขายอันดับ 1 ในตลาดต่อเนื่อง กลุ่มกาวยาแนวพรีเมียม พลัส ป้องกันราดำ ที่มียอดขายอันดับ 1 ในตลาด ซึ่งจระเข้เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมนี้รายแรกในตลาดกาวยาแนว และกลุ่มผลิตภัณฑ์กันซึม รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมซีเมนต์กันซึมส่วนผสมเดียวรายแรกที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มช่างและเจ้าของบ้านมาเป็นเวลานาน และปัจจุบันช่องทางในการจัดจำหน่าย แบ่งเป็นออฟไลน์ 95% ส่วนออนไลน์อยู่ที่ 5% และมีจำนวนผู้แทนจำหน่ายรวมกว่า 3,000 รายทั่วประเทศซึ่งจะขยายเพิ่มขึ้น

ด้านของการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้กำหนด 5 กลยุทธ์สำคัญด้านความยั่งยืนครอบคลุมทุกห่วงโซ่ ได้แก่ 1. ลดการปล่อย CO2 ในกระบวนการต่างๆ 2. ลดปริมาณขยะและของเสียเน้นใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3. ลดองค์ประกอบหรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดสารพิษ 4. เพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 5. สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ด้านการศึกษา สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม

“ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ 30 ปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นของจระเข้เราอยู่ในวงการวัสดุก่อสร้าง ด้วยความตั้งใจที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แบรนด์จระเข้เป็นที่ไว้วางใจของลูกค้า เราทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นจากกลุ่มนวัตกรรมการปูกระเบื้องที่เราเป็นผู้นำมาอย่างยาวนานทั้งภายใต้แบรนด์จระเข้และแบรนด์น้องอย่างชาละวัน ซึ่งความแข็งแรงของแบรนด์หลักมีพลังต่อยอดไปถึงแบรนด์ SEE JORAKAY และอื่นๆ ต่อไปได้ในอนาคต ภายใต้นโยบายและวิสัยทัศน์เดียวกันในการคิดค้นและนำเสนอนวัตกรรมสินค้าก่อสร้างและบริการมาตรฐานสากล เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และร่วมสร้างความสุขที่ยั่งยืนของสังคม ซึ่งรวมถึงการจับมือพันธมิตร เช่น การสนับสนุนกีฬาแบดมินตันสานฝันเยาวชน JORAKAY JUNIOR BADMINTON ที่เราให้การสนับสนุนมายาวนาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและเปิดโอกาสให้เยาวชนก้าวสู่เวทีการแข่งขันมืออาชีพต่อไป เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ” นายศุภพงษ์ กล่าว

อย่างไรก็ดี สำหรับเทรนด์ของธุรกิจวัสดุก่อสร้างในอนาคตยังคงมีอัตราการเติบโตสูง หลังการระบาดของโรค COVID-19 โครงการที่อยู่อาศัยจากตัวเมืองขยายสู่รอบนอก ตามพฤติกรรมของคนที่ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นไฮบริด หรือทำงานผ่านออนไลน์มากขึ้น เป็นรูปแบบของการ Work from Everywhere ซึ่งทำให้ความสำคัญของพื้นที่อาคารสำนักงานในตัวเมืองอาจลดลง เกิดเป็นแนวโน้มย้ายที่อยู่อาศัยไปนอกเมืองมากขึ้นกว่าเดิม บ้านยุคใหม่รองรับกิจกรรมที่หลากหลายขึ้น เป็น Smart home มากขึ้น Infrastructure เกี่ยวกับการคมนาคม ก็ขยายตาม และที่สำคัญคือเทรนด์การก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ของจระเข้ได้ที่ www.jorakay.co.th และ เฟซบุ๊ก jorakay หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 02-720-1112

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ 

พพ.แจงภารกิจคืนพื้นที่ เกาะร้อยไร่ สำเร็จ ไม่มีผู้บุกรุกเหลืออยู่ในพื้นที่อีกต่อไป ประกาศปิดพื้นที่เด็ดขาด ห้ามบุกรุกซ้ำ

“บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด

กิจกรรมแก้หนี้เชิงรุก “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” สำเร็จเกินคาด ช่วย SMEs ลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม “ปลดหนี้” สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ประกาศจุดยืน “อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ”

โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ร่วมเวที CEO Forum ประกาศจุดยืน "อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ" สู่อนาคต Net Zero

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย – ภูฏาน

“นายกฯแพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้