ผู้ว่าแบงก์ชาติ แถลงผลงาน 1 ปี เดินหน้าดูแลเสถียรภาพ ควบคู่การประคับประครองเศรษฐกิจ

Date:

ผู้ว่าแบงก์ชาติ แถลงผลงาน 1 ปี เดินหน้าดูแลเสถียรภาพ ควบคู่การประคับประครองเศรษฐกิจ แก้หนี้ครัวเรือน เติมเงินทุนเอสเอ็มอีคนตัวเล็ก ปราบเงินเทาต่อเนื่อง

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ ถือโอกาสทำงานในตำแหน่งครบ 1 ปี มาเล่าสู่กันฟัง ในงาน ‘Governor connect’ พบสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ปูเรื่องว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เมื่อเข้ามารับตำแหน่งวันที่ 1 ต.ค. 2568 ได้เริ่มต้น จากการปรับการทำของแบงก์ชาติอย่างชัดเจน จากเดิมที่แบงก์ชาติเน้นดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลักแล้ว ก็ยังเป็นภารกิจที่ดำเนินการต่อเนื่อง

แต่แบงก์ชาติได้เพิ่มบทบาทให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศษให้กลับมาสู่ในระดับที่เหมาะสม อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ

สาเหตุที่แบงก์ชาติต้องปรับการทำงาน เพราะตอนนี้เศรษฐกิจไทยไม่เหมือนเดิม จากเคยโต 7% ลดลงเหลือ 5% เหลือ 3% ปัจจุบันโตเหลือ 2% กว่าเท่านั้น การเติบโตที่ลดลงเรื่อยๆ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รายได้ที่เพิ่มขึ้นของหน่วยธุรกิจเพิ่มน้อยมาก น้อยกว่ารายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงเงิน ไม่พอใช้ทั้งหน่วยธุรกิจเอสเอ็มอี และทั้งประชาชนทั่วไป กลายเป็นปัญหาโครงสร้าง นำมาซึ่งปัญหาเสถียรภาพในท้ายที่สุด แบงก์ชาติเลยตัดสินใจเพิ่มบทบาทการฟื้นฟูเศษให้กลับมาสู่ในระดับที่เหมาะสม

เดินหน้าดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย 3 ด้าน

ผู้ว่าแบงก์ชาติ เล่าย้ำว่า แบงก์ชาติยังเดินหน้าภารกิจหลักด้านการดูแลเสถียรภาพทั้ง 3 ด้าน ทั้งเสถียรภาพเศรษฐกิจด้านราคา เสถียรภาพด้านระบบสถาบันการเงิน และเสถียรภาพด้านระบบการชำระเงิน

เสถียรภาพเศรษฐกิจด้านราคา เงินเฟ้อไทยที่ผ่านมาอยู่ระดับต่ำมาก เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ก่อนสงครามเงินเฟ้ออยู่ -0.8% แปลว่าเศรษฐกิจไทยอ่อนกำลังมาก ไม่มีกำลังลังซื้อ แต่เมื่อเกิดสงครามเงินเฟ้อไทย เพิ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอย่างมาก

เสถียรภาพด้านระบบสถาบันการเงิน พบว่าสถาบันการเงินของไทยยังมีกำไรมาก แตแบงก์ชาติให้ความสำคัญเสถียรภาพการเงินไม่ได้ดูกำไรของธนาคาร แต่แบงก์ชาติดูเงินกองทุน (BIS) ซึ่งแบงก์ชาติมีความสบายใจ เพราะมีความแข็งแรงมาก

เสถียรภาพด้านระบบการชำระเงิน ก็ถือว่ามีเสถียรภาพมาก มีการดำเนินการมาตรการ ให้ต้นทุนการชำระเงินของผู้ประการและปะประชาชนถูกลง แล้วก็ยังมีแผนการพัฒนาต่อเนื่องอีกต่อไป

“ภารกิจด้านเสถียรภาพ แบงก์ชาติเชื่อมั่นว่าไม่มีปัญ แบงก์ชาติมีความสบายใจ แม้ว่าเรื่องต้องเฝ้าระวัง แต่มันอยู่ในจุดที่แบงก์ชาติคิดว่าเราควบคุมความเสี่ยงได้” นายวิทัย กล่าว

เดินหน้าประคับประคองเศรษฐกิจ ลุยแก้ปัญหาโครงสร้างต้นต่อจีดีพีต่ำ

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าแบงก์ชาติ ยังเน้นย้ำ ปัญหาโครงสร้างที่เศรษฐกิจตต่ำเกินไป ถ้าปล่อยให้รายได้ครัวเรือนได้และธุรกิจไม่เพียงพอกับรายจ่ายมันจะกลายเป็น NPL ธุรกิจจะปิดตัว คนจะใช้หนี้ไม่ได้ ประเทศจะไม่มีกำลังซื้อจะมีปัญหาวนอย่างนี้

“การขยายบทบาทแบงก์ชาติให้ความสัมพันธ์กับการประคับประคองเศรษฐกิจมากขึ้น แต่แบงก์ชาติไม่ได้มีหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แบงก์ชาติทำหน้าที่ประคับประคองเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตระดับที่เหมาะสมที่ควรจะเป็น แบงก์ชาติจึงเข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะแบงก์ชาติเชื่อว่าเศรษฐกิจที่โตต่ำลงไปเรื่อยๆ เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่หมักหมมมาต่อเนื่องยาวนานและแก้ไม่สำเร็จแล้วไม่มีใครสนใจแก ซึ่งต้องช่วยกันทุกภาคส่วน” ผู้ว่าแบงก์ชาติ กล่าว

บทบาทแบงก์ชาติไทย ต่างจากแบงก์ชาติประเทศอื่น

ผู้ว่าแบงก์ชาติ เล่าอธิบายถึงประเด็น มีบทความเขียนบทบาทแบงก์ชาติในต่างประเทศเขาทำให้แคบลง แต่แบงก์ชาติไทย กลับขยายบทบาทกว้าง ซึ่งผู้ว่าแบงก์ชาติไทย มองว่าไม่ค่อยถูกหนัก หากดูจะพบว่าธนาคารกลางของประเทศส่วนมากทำบทบาทเดียวคือการดูแลนโยบาย แต่แบงก์ชาติไทยเหมือนแบงก์ชาติไทยในเอเชียจำนวนมากส่วนใหญ่มีบทบาทที่ 2 ก็คือการกำกับสถาบันการเงิน

เพราะฉะนั้นเวลา แบงก์ชาติไทย แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แบงก์ชาติไทยในฐานของบทบาทในการกำกับผ่านการกำกับสถาบันการเงิน มาตรการการเงินเฉพาะจุดซึ่งไปออกผ่านการดำเนินงานการกำกับสถาบันการเงิน

ในภาพใหญ่เศรษฐกิจ แม้ว่ามีหลายเครื่องมือดูแล แต่เครื่องมือหลักที่มีมีประสิทธิภาพมีเครื่องมือเดียวคือ ดอกเบี้ยนโยบาย แบงก์ชาติใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายขึ้น 1 ปีที่ผ่านมา ดอกเบี้ยนโยบายลดลงจาก 1.5 เหลือ 1% เป็นการใช้นโยบายการเงินเข้าไปประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น เพราะแบงก์ชาติดูความเสี่ยงด้านราคาแล้ว อยู่ในวงจำกัด

นอกจากนี้ แบงก์ชาติ ปรับวิธีการบริหารจัดการเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนให้แอคทีฟมากขึ้น มีการดำเนินการเพื่อลดแรงกดดันที่เงินบาทแข็งต่อเนื่อง เช่นการกำกับธุรกรรมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์ม การโอนเงินการซื้อเงินดอลลาร์ ลดการเก็งกำไรทำให้ความผันผวนลดลง

แบงก์ชาติ ทำงานประสานกระทรวงการคลัง

นายวิทัย เล่าให้ฟังประเด็นสำคัญที่ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของแบงก์ชาติ ปัจจุบันเป็นไปได้ดี เพราะการทำงานประสานกับฝ่ายนโยบายกระทรวงการคลังเป็นได้ด้วยดีมาก ไม่เคยต้องออกมาทะเลาะกัน ไม่เห็นด้วยก็ให้ความเห็นเสริมกำลังกันเพื่อแก้ปัญหาด้วยกัน

“ไม่ต้องไม่เห็นด้วยเหมือนกันทุกครั้ง ไม่เห็นด้วยก็พูดคุยกันแต่ต้องไม่ออกมาสวนกัน หรือทำอะไรที่เกิดความไม่มั่นใจระหว่างนโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง” ผู้ว่าแบงก์ชาติ กล่าว

เมื่อดูการขยายตัวเศรษฐกิจ เดือนตุลาคม 2569 คิดว่าจะขยายตัวได้ 1.6% ล่าสุดคาดว่าจะโตได้ 2.4% ซึ่งอันนี้อย่างที่บอกไม่ใช่ผลงานของแบงก์ชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกคนร่วมร่วมกันทำ นโยบายการคลังรัฐบาลเป็นหลัก แบงก์ชาติเข้ามาสนับสนุนเสริมกำลังซึ่งกันและกัน

ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หนุนเศรษฐกิจ

อีกหนึ่งนโยบสายการเงิน ที่แบงก์ชาติดำเนินการเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ คือการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน จากก่อหน้าค่าเงินบาทอยู่ที่ 31.4 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนสิ้นปี 2568 ไม่กี่วันลงไปถึง 30.9 บาทต่อดอลาร์ มีการสู้กันลดความผันผวนกันอยู่ในสามสี่วันสุดท้ายปิดที่ 31.4 บาทต่อดอลลาร์ วันนี้ ค่าเงินบาท 33.7 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเกือบ 7% ก็สนับสนุนการการส่งออก

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ราคายางพาราปี 69 สูงทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี

ราคายางพาราปี 69 สูงทุบสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี รัฐบาลเร่งยกระดับกลไกตลาด ใช้เทคโนโลยี  คุมเข้มคุณภาพ-สกัดยางนอกระบบ ดันราคาพุ่งต่อเนื่อง

กรมศุลกากร ตรวจยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้าประเทศ

กรมศุลกากร ร่วมกับกองกำลังบูรพา ตรวจยึดบุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศ พร้อมยานพาหนะ 2 คัน บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา

ธอส. มอบสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ให้ลูกค้ากลุ่มแรก

ธอส. มอบสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ให้ลูกค้ากลุ่มแรก ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 50

รัฐบาลไฟเขียว ขยายเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC อีก 4 แห่ง

รัฐบาลไฟเขียวขยายเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EEC อีก 4 แห่งในชลบุรี–ระยอง คาดดึงลงทุนกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท สร้างงานกว่า 1.2 หมื่นตำแหน่ง