ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ภาคใต้ ครึ่งแรกปี 2565 ชะลอตัว

Date:

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) รายงานภาพรวมสถานการณ์ตลาดอยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการขายในภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ณ ครึ่งแรก ปี 2565 ในด้านอุปทานพร้อมขายต้นงวด หรือ Total Supply และโครงการเปิดขายใหม่ (New Supply) มีจำนวนโครงการ และจำนวนหน่วยลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ในด้านอุปสงค์ยอดขายใหม่ (New Sales) ในช่วงครึ่งแรก ปี 2565 เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่จำนวนหน่วยเหลือขายสะสมสิ้นงวด (Remaining Supply) ปรับลดลง แต่มีมูลค่าหน่วยเหลือขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราดูดซับ (Absorption Rate) ต่อเดือนของตลาดที่อยู่อาศัย ของภาคใต้เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยภาคใต้ภายหลังสถานการณ์โรคโควิด -19 มีทิศทางปรับตัวดีขึ้น

ดร. วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า จากความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ หรือพื้นที่สำรวจของ REIC พบว่าไม่มีการเปิดตัวโครงการอาคารชุดพักอาศัยในพื้นที่ภาคใต้ แต่มีการเปิดขายโครงการบ้านจัดสรรกระจายทั้ง 4 จังหวัด แสดงให้เห็นว่าโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนบราบมีการฟื้นตัวมากกว่าโครงการอาคารชุด รวมถึงมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของการตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดภูเก็ตโดยมีความเคลื่อนไหวทั้งด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ และยอดขายใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สงขลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีสถาวะที่ทรงตัวในด้านของการเปิดตัวโครงการใหม่ ในขณะที่การขายไปในทิศทางการดีขึ้น

โดยจากการสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยเสนอขายในพื้นที่ภาคใต้ 4 จังหวัด ณ ช่วงครึ่งแรก ปี 2565 พบว่ามีจำนวน 16,203 หน่วย มูลค่า 71,990 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงครึ่งแรกปี 2564 ทั้งจำนวนหน่วยมูลค่า โดยจำนวนหน่วยลดลงร้อยละ -3.0 มูลค่าลดลงร้อยละ -1.3 เมื่อเทียบกับจำนวนหน่วยเสนอขายทั้งหมด ณ ครึ่งแรก ปี 2564

ในจำนวนดังกล่าวแบ่งเป็นโครงการอาคารชุด 4,946 หน่วย มูลค่า 22,662 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านจัดสรร 11,257 หน่วย มูลค่า 49,328 ล้านบาท มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาด 792 หน่วย มูลค่า 4,071 ล้านบาท มีโครงการขายได้ใหม่จำนวน 2,551 หน่วย มูลค่า 10,592 ล้านบาท ส่งผลให้มีหน่วยเหลือขาย 13,652 หน่วย มูลค่า 61,398 ล้านบาท โครงการใหม่ที่เข้าสู่ตลาดเป็นโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมด จำนวน 792 หน่วย มูลค่า 4,071 ล้านบาท จำนวนหน่วยลดลงจากครึ่งแรกปี 2564 ร้อยละ -42.9 มูลค่าลดลงร้อยละ -29.9 ล้านบาท

ในด้านความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย หรืออุปสงค์ พบว่าช่วงครึ่งแรก ปี 2565 มีที่อยู่อาศัยขายได้ใหม่ 2,551 หน่วย มูลค่า 10,592 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาคารชุดเพียง 998 หน่วย มูลค่า 4,058 ล้านบาท และโครงการบ้านจัดสรร 1,563 หน่วย มูลค่า 6,534 ล้านบาท ซึ่งทำเลที่มีหน่วยอาคารชุดขายได้ใหม่สูงสุด 3 อันดับแรกคือ อันดับ 1 ทำเลหาดบางเทา – หาดสุรินทร์ 334 หน่วย มูลค่า 1,558 ล้านบาท อันดับ 2 ทำเลตลาดใหญ่ – ตลาดเหนือ 234 หน่วย มูลค่า 617 ล้านบาท อันดับ 3 ทำเลหาดราไวย์ 89 หน่วย มูลค่า 502 ล้านบาท

สำหรับปี 2565 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่ ภาคใต้ 4 จังหวัด โดยคาดการณ์ว่าจะมีโครงการเปิดตัวใหม่จำนวน 6,030 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 85.5 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 3,251 หน่วย โดยมีมูลค่าการเปิดตัวใหม่จำนวน 25,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 101.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งมีมูลค่า 12,818 หน่วย มีจำนวนหน่วยขายได้ใหม่ 5,495 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 56.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 3,513 หน่วย มูลค่าขายได้ใหม่ 22,922 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 67.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีมูลค่า 13,671 ล้านบาท

โดยมีหน่วยเหลือขาย 18,638 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.1 เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีจำนวน 15,394 หน่วย มูลค่าหน่วยเหลือขาย 80,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.9 โดยเพิ่มจาก 68,373 ล้านบาท ในขณะที่อัตราดูดซับในกลุ่มโครงการแนวราบยังคงอยู่ที่ร้อยละ 1.8 แต่อาคารชุดอัตราดูดซับจะปรับเพิ่มจากร้อยละ 1.5 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 2.8 ในปี 2565

เมื่อพิจารณารายพื้นที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดการณ์ว่าในปี 2565 จังหวัดภูเก็ต จะมีที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวน 3,280 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 333.3 มูลค่า 17,249 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 465.4 เมื่อเทียบกับปี 2564 ส่วนจำนวนหน่วยขายได้ใหม่คาดว่าจะมีจำนวน 3,077 หน่วย มูลค่า 15,306 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 125.1 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 140.0 เมื่อเทียบกับปี 2564 และจำนวนหน่วยเหลือขายคาดว่าจะมีจำนวน 9,846 หน่วย มูลค่า 50,515 ล้านบาท จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.7 มูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 32.3 เมื่อเทียบกับปี 2564

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

อิ๊งค์ ออกแถลงการณ์ สหรัฐขึ้นภาษีกระทบผู้ส่งออกไทย

อิ๊งค์ ออกแถลงการณ์ สหรัฐขึ้นภาษีกระทบผู้ส่งออกไทย แนะผู้ส่งอกไทย หาตลาดใหม่ ชดเชยการการพึ่งพาสหรัฐฯ ตลาดเดียว

นายกฯ ยันไทยพร้อมรับมือ  สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36%

นายกฯ ยันไทยเตรียมพร้อมรับมือ มีแผนระยะสั้น-ยาว หลังสหรัฐฯเคาะภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36% ​ ตั้งทีมเจรจา​ เชื่อยังต่อรองได้

ค่าเงินบาท “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ ลั่น พยายามบริหารงานทุกทางไม่ให้เกิดความขัดแย้ง บอกยังมีเวลาทำความเข้าใจ