ไทยร่วมจัดเสวนาระดับชาติว่าด้วยสิทธิการถือครองน้ำ 

Date:

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จัดงาน “เสวนาระดับชาติว่าด้วยสิทธิการถือครองน้ำ” ณ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเห็นพ้องในการบริหารจัดการสิทธิการใช้งานน้ำในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วม 89 ท่านจากภาครัฐ องค์กรผู้ใช้น้ำ สถาบันวิจัย และพันธมิตรนานาชาติ

เป้าหมายหลักคือการกำหนดทิศทางและลำดับความสำคัญของสิทธิการถือครองน้ำ เพื่อนำไปจัดทำ “หลักการบริหารจัดการสิทธิการถือครองน้ำอย่างรับผิดชอบ” (Elements for the Responsible Governance of Water Tenure) ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการสิทธิการใช้น้ำทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 

โครงการ ScaleWat ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงอาหารและเกษตร สหพันธรัฐเยอรมนี (BMLEH) เป็นผู้ริเริ่มการเสวนานี้ โครงการ ScaleWat ซึ่งดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2566 โดย FAO และ สทนช. มีเป้าหมายเสริมสร้างการกำกับดูแลการถือครองทรัพยากรน้ำ เพื่อความมั่นคงทางอาหาร การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการมีส่วนร่วมทางสังคม

กิจกรรมที่ผ่านมาของโครงการ ScaleWat ในประเทศไทย ได้แก่การสำรวจภาคสนามเกี่ยวกับการถือครองทรัพยากรน้ำ และการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับฐานข้อมูล WaPOR ของ FAO ซึ่งเปิดการเข้าถึงสาธารณะเกี่ยวกับการบริโภคน้ำ การผลิตพลังงานชีวมวล และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องแยกย่อยตามพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการวิจัยและกระบวนการตัดสินใจด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ

ในด้านการสำรวจภาคสนาม โครงการ ScaleWat ได้ตรวจสอบการใช้น้ำในพื้นที่ตัวอย่างได้แก่ลุ่มน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง และในลุ่มน้ำป่าสักในภาคกลางของประเทศ เพื่อประเมินการจัดสรรและบริหารทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับการใช้งานของหลายภาคส่วน 

การสำรวจครั้งนี้ได้ทบทวนกรอบกฎหมาย และนโยบายของประเทศไทยที่ข้องกับการกำกับดูแลน้ำ วิเคราะห์การใช้น้ำและปริมาณน้ำที่พร้อมใช้ในกลุ่มผู้ใช้ต่างๆ ประกอบกับการรวบรวมมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการเข้าถึงและความมั่นคงของน้ำผ่านการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม

ผลการศึกษาครอบคลุมแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม เช่นความต้องการน้ำที่แย่งชิงโดยภาคส่วนหลากหลายประเภท การสูบน้ำเกินขีดจำกัด และคุณภาพน้ำที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่อการเข้าถึงและความมั่นคงของน้ำ ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีความยั่งยืนและอ้างอิงหลักฐานมากขึ้น

ประเด็นสำคัญที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่

1. ข้อมูลที่โปร่งใสและเข้าถึงได้เกี่ยวกับการใช้น้ำและการจัดสรรน้ำเป็นพื้นฐานสำคัญของการบริหารจัดการน้ำอย่างเท่าเทียม แต่พื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานจำนวนมากยังขาดข้อมูลการใช้น้ำที่ชัดเจน ทำให้ฐานข้อมูลไม่ครอบคลุม

2. การใช้น้ำอย่างไม่เป็นทางการและตามประเพณีเป็นเรื่องที่แพร่หลาย และส่วนใหญ่ไม่ได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ทำให้การประเมินสิทธิการถือครองน้ำมีความสำคัญต่อการสร้างการกำกับดูแลที่ครอบคลุม

3. การมีส่วนร่วมของสตรีในการบริหารจัดการน้ำยังคงมีจำกัด ผู้หญิงยังขาดโอกาสในการมีส่วนร่วมตัดสินใจ บทบาทของผู้หญิงจึงควรได้รับแก้ไข เพื่อเร่งแก้ไขความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงน้ำ 

4. ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนแปลงแนวทางเกษตรกรรมทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีกลไกบริหารจัดการที่สามารถตอบสนอง และเตรียมการล่วงหน้าได้ 

เวทีอภิปรายและประชุมกลุ่มย่อยของเสวนาได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ความคืบหน้าของการกำกับดูแลสิทธิการถือครองน้ำในประเทศไทยต้องอาศัยข้อมูลที่ดีขึ้น การลงพื้นที่สำรวจเผยให้เห็นว่าข้อมูลการใช้น้ำจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของผู้ใช้ที่ไม่เป็นทางการและที่บริหารจัดการโดยชุมชนไม่ได้ถูกเก็บบันทึก และไม่เป็นที่เข้าใจ

ผศ.ดร.ฆริกา คันธา จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า “การประเมินสิทธิการถือครองน้ำเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากต่ออนาคต ข้อมูลที่ได้สามารถนำมาใช้กำหนดเป้าหมาย ทำความเข้าใจว่ากำลังมีการใช้น้ำอย่างไร เพื่อส่งเสริมการใช้น้ำอย่างเป็นธรรมในท้ายที่สุด” 

การอภิปรายกลุ่มสะท้อนมุมมองดังกล่าว โดยระบุว่าการจัดสรรน้ำอย่างเท่าเทียมเป็นพื้นฐานสำคัญของการกำกับดูแลน้ำ

นายไพศาล บุตรน้ำเพชร ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อการชลประทานตำบลชุมแสง จ.ระยอง ได้ย้ำถึงความท้าทายต่อชีวิตประจำวันในระดับท้องถิ่นว่า “การจัดสรรน้ำจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม โดยไม่เพียงแต่คำนึงถึงกฎหมายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติทางวัฒนธรรมและสังคมด้วย เราต้องเข้าใจความต้องการของผู้ใช้น้ำแต่ละราย และจัดลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง”

การเสวนาระดับชาติว่าด้วยสิทธิการถือครองน้ำ ครั้งนี้ช่วยให้ประเทศไทยมีบทบาทต่อความคืบหน้าด้านสิทธิการถือครองน้ำในระดับภูมิภาคและระดับโลก และร่วมพัฒนาร่างหลักการกำกับดูแลการใช้น้ำอย่างมีความรับผิดชอบ ความคิดเห็นเชิงลึกที่ได้จากการเสวนาและการประเมินสิทธิการถือครองน้ำโดยโครงการ ScaleWat ในประเทศไทยจะเป็นข้อมูลสำคัญของการเสวนาเรื่องสิทธิการถือครองน้ำระดับภูมิภาคสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (6-7 พฤษภาคม 2569) และระดับโลก (ตุลาคม 2569)

วันน้ำโลก 2569: น้ำและบทบาททางเพศสภาพ

ก่อนการจัดเสวนาระดับชาติครั้งนี้ FAO ได้เข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองวันน้ำโลก ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นในหัวข้อ “น้ำและบทบาททางเพศสภาพ” กิจกรรมนี้สร้างโอกาสสำหรับผู้นำระดับชาติและระดับภูมิภาคให้เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและโครงการที่มุ่งเน้นการจัดสรรน้ำอย่างเท่าเทียม

การเฉลิมฉลองวันน้ำโลกและการเสวนาระดับชาติว่าด้วยสิทธิการถือครองน้ำซึ่งรวบรวมผู้ที่ทำงานด้านน้ำ ตั้งแต่ผู้กำหนดนโยบายระดับสูงไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงาน  จะช่วยยกระดับการกำกับดูแลด้านสิทธิการใช้น้ำให้เป็นวาระการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทย

การส่งเสริมการกำกับดูแลน้ำและการสร้างขีดความสามารถเกี่ยวกับน้ำโดยโครงการ ScaleWat มีส่วนสำคัญต่อภารกิจของ FAO ที่ช่วยให้ประเทศต่างๆ พัฒนานโยบายด้านอาหารและการเกษตรที่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากรและอ้างอิงหลักฐาน

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

• National Dialogue on Water Tenure – Thailand >>>

• Regional Dialogue on Water Tenure for Asia and the Pacific >>>

• Global Dialogue on Water Tenure >>>

• World Water Day 2026 >>>

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

กบข. ปันน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม

กบข. ปันน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วม ส่งต่อถุงยังชีพให้ผู้ประสบอุทกภัย

‘ศุภจี’ มอบอาหารและสิ่งของจำเป็นแก่เด็กบ้านภูมิเวท 

‘ศุภจี’ ส่งต่อความห่วงใย มอบอาหารและสิ่งของจำเป็นแก่เด็กบ้านภูมิเวท พร้อมอุดหนุนผลิตภัณฑ์ฝีมือเด็ก

แบงก์ชาติ ติดตาม ‘เงินเฟ้อ’ ใกล้ชิด

แบงก์ชาติ ติดตาม ‘เงินเฟ้อ’ ใกล้ชิด จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน

นายกฯ อนุทิน สั่ง สังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ

นายกฯ อนุทิน สั่ง สังคายนามูลนิธิทั่วประเทศ  เผย ตกใจ - เสียใจ คนตั้งมูลนิธิช่วยเหลือสังคม แต่กลับหาประโยชน์ใส่ตัว