PTG โชว์กำไรไตรมาส 3/65 พุ่ง 180%

Date:

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG (“บริษัทฯ”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.6% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 45,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 30,585 ล้านบาท เป็นผลมาจากรายได้จากธุรกิจน้ำมัน ที่มีสัดส่วนประมาณ 94.3% ของรายได้รวมทั้งหมดเติบโตขึ้น 45.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีมาอยู่ที่ 42,615 ล้านบาท จากราคาน้ำมันขายปลีก หน้าสถานีบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 33.32 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 26.0% และปริมาณการขายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเพิ่มขึ้น มาอยู่ที่ 1,278 ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้น 15.5% จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้า

ขณะที่รายได้จากธุรกิจ Non-Oil ที่ประกอบด้วย ธุรกิจก๊าซ LPG ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (ATL) และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด (PUN) และธุรกิจอื่น ๆ ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อ Max Mart ธุรกิจน้ำมันเครื่อง และธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างยอดขายในไตรมาสนี้ 2,556 ล้านบาท เติบโต 95.5% จากงวดเดียวกันปีก่อนหน้า โดยปัจจุบันมีสาขาของธุรกิจ Non-Oil รวมทั้งสิ้น 1,405 สาขา เพิ่มขึ้น 327 สาขา หรือเติบโต 30.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้กับผู้ถือหุ้น สำหรับผลดำเนินงาน ตั้งแต่ ม.ค – ก.ย 2565 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็น 35.7% ของกำไรสุทธิต่อหุ้นของงบการเงินรวม ซึ่งอยู่ที่ 0.56 บาท จะกำหนดรายชื่อผู้ได้สิทธิรับ
ปันผลวันที่ 29 พ.ย. 2565 และขึ้น XD วันที่ 28 พ.ย. 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 14 ธ.ค 2565

นายพิทักษ์ กล่าวเพิ่มเติมถึงทิศทางที่เหลือของปีว่า บริษัทฯ ยังคงยืนเป้าหมายการทำธุรกิจในปีนี้เหมือนเดิมเช่น EBITDA เติบโต 15-20% ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันจะเติบโต 6-10% ปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG จะเติบโต 50 – 60% ยอดขาย Non-Oil จะเติบโต 80 – 90% และใช้ งบลงทุน 3,000-4,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าในการเสริมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจให้แข็งแรง โดยการร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ค้ารายต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทฯ สามารถมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าของบริษัทฯ ได้อย่างครอบคลุม และสามารถใช้ ชีวิตภายใต้ระบบนิเวศของบริษัทฯ ได้อย่าง “อยู่ดี มีสุข” เช่นการเปิดตัว แอปพลิเคชัน Max Me ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ลูกค้าสมาชิกบัตร PT Max Card ที่มีอยู่ในปัจจุบันกว่า 18 ล้านสมาชิก สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือในยุคดิจิตอลไลฟ์สไตล์ สอดคล้องกับยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

‘ศุภจี’ จับมือ JETRO-JCC ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น

‘ศุภจี’ จับมือ JETRO-JCC ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น ดัน Co-Creation สร้างอุตสาหกรรมใหม่ เชื่อม SMEs ไทยสู่ห่วงโซ่การค้าโลก

รัฐบาล เดินหน้าปรับ TCAS เพิ่มโอกาสเด็กไทยเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรม

รัฐบาล เดินหน้าปรับ TCAS ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มโอกาสเด็กไทยเข้ามหาวิทยาลัยอย่างเป็นธรรม พร้อมพัฒนาทักษะรับโลกยุค AI

ปตท.สผ. แสดงนวัตกรรม นเวทีพลังงานระดับโลก “ADIPEC 2026”

ปตท.สผ. แสดงนวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในเวทีพลังงานระดับโลก “ADIPEC 2026”

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ ‘BBB+’

S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับ ‘BBB+’ และมุมมองความน่าเชื่อถือที่ระดับ ‘มีเสถียรภาพ’ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด