อินเตอร์ ฟาร์มา จ่ายปันผล 0.18 บาท/หุ้น

Date:

ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์

ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2566 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2565 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้น 67.05 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 69.44% ของกำไรสุทธิหลังหักสำรองตามกฎหมาย ซึ่งสูงกว่าขั้นต่ำของนโยบายจ่ายเงินปันผลที่กำนดไว้ไม่น้อยกว่า 50% กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 และจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2566

พร้อมพิจารณาอนุมัติให้ออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯครั้งที่ 2 (ใบสำคัญแสดงสิทธิ IP-W2) จำนวนไม่เกิน 93,130,131 หน่วย ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 4 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ และ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 2 ปี นับตั้งแต่วันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยราคาการใช้สิทธิอยู่ที่ 20 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้หุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ IP-W2 (Record Date) วันที่ 9 พฤษภาคม 2566

ขณะเดียวกัน บอร์ดยังได้พิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนจากทุนจดทะเบียนเดิม 216,218,625.50 บาท (หุ้นสามัญ 432,437,251 หุ้น มูลค่า 0.50 บาทต่อหุ้น) เป็น 196,798,646 บาท (หุ้นสามัญ 393,597,299 หุ้น มูลค่า 0.50 บาทต่อหุ้น) โดยการลดหุ้นสามัญจำนวน 38,839,959 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น ที่จัดสรรไว้เพื่อรองรับการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป รวมทั้งได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 196,798,646 บาท (หุ้นสามัญ 393,597,292 หุ้น มูลค่า 0.50 บาทต่อหุ้น) เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 243,363,711.50 บาท (หุ้นสามัญ 486,727,423 หุ้น มูลค่า 0.50 บาทต่อหุ้น) โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 93,130,131 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 2 ซึ่งจะนำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ในวันที่ 27 เมษายน 2566 เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2565 รายได้และกำไรท็อปฟอร์ม ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ต่อเนื่อง โดยบริษัทฯมีกำไรสุทธิทะยานแตะ 131 ล้านบาท เติบโตเกือบ 19% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน รายได้จากการขายและบริการเติบโตเกือบ 68% แตะ 1,523 ล้านบาท ตามการเติบโตของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์รักษาโรคที่เติบโตโดดเด่น 74.5% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน อยู่ที่ 380 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากทั้งโรงงานอินเตอร์ ฟาร์ มา อยุธยา และโรงงานโมเดิรน์ ฟาร์มา อาทิ ยารักษาโรคเบาหวาน, ยากลุ่มลดไขมัน และยาบรรเทาอาการแพ้ เป็นต้น, กลุ่มผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพและนวัตกรรมความงามเติบโตแตะ 355 ล้านบาท หลักๆมาจากยอดขายกลุ่มโปรไบโอติกที่ยังคงได้รับกระแสการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค อาทิ Probac 7, Probac Ultra Collagen, TS6 Probiotics, Probac 10 Plus, Probac Mood, PreBO เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง เติบโตเกือบ 22% เทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 290 ล้านบาท ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์สินค้า MARIA และ CHOO CHOO รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อดูแลสุขภาพสุนัขและแมว ภายใต้แบรนด์ Dr.Choice และ PetSelect เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้มีการรับรู้รายได้กว่า 400 ล้านบาท จากธุรกิจร้านขายยา ภายใต้แบรนด์ “Lab Pharmacy” ซึ่งปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วรวม 21 สาขา และรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาล จากการเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 50% ของ “โรงพยาบาลนครพัฒน์” ขนาด 59 เตียง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ามาเติมพอร์ตช่วงโค้งสุดท้ายของปีอีกเกือบ 30 ล้านบาท

สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ราว 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตามยอดขายที่เติบโตขึ้น ซึ่งมาจากค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบไอที, ระบบบัญชี ERP, ระบบ CRM, ค่าโฆษณา, การเพิ่มจำนวนพนักงานขายในตลาดร้านขายยา, เภสัชกรประจำร้านขายยา, การทำตลาดออนไลน์, การทำโปรโมชั่นร่วมกับคู่ค้าและพันธมิตรต่างๆ รวมไปถึงค่าเสื่อมจากการปรับปรุงโรงงาน และการซื้อเครื่องจักรสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นต้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) อยู่ที่ 40.6% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) อยู่ที่ระดับ 8.6%

ดร.ตฤณวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2566 นั้น บริษัทฯยังคงตั้งเป้าขับเคลื่อนการเติบโตก้าวกระโดด ปักธงรายได้และกำไรเดินหน้าสร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นหุ้น “Growth Stock” สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา แบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์รักษาโรค, 2.ผลิตภัณฑ์รักษาสุขภาพและนวัตกรรมความงาม, 3.ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง, 4.ผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์, 5.ธุรกิจร้านขายยา และ 6.ธุรกิจโรงพยาบาล

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์

ส.อ.ท. ร่วม BOI เดินหน้าญี่ปุ่น ประสาน JETRO ต่อยอดฐานยานยนต์ ขยายโอกาส Reinvent Thailand เชื่อมอุตสาหกรรมไทยสู่ตลาดใหม่

แบงก์ชาติ ยกระดับคุม ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน ป้องกันปัญหาเงินเทาและภัยทุจริต

แบงก์ชาติ ยกระดับคุม ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงิน ป้องกันปัญหาเงินเทาและภัยทุจริต ประกาศปิดรับสมัครการยื่นขอใบอนุญาตชั่วคราวปี 2570

กรุงไทย – กรมลดโลกร้อน หนุน SMEs ก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

กรุงไทย-กรมลดโลกร้อน ต่อยอดเวที IMF-World Bank หนุน SMEs ก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม

รัฐบาลแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ช่วง 5 – 7 พ.ย.

รัฐบาลแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน ช่วง 5 – 7 พ.ย. โดยเฉพาะชาวใต้และชาวภูเก็ต ช่วง 7 – 9 พ.ย. ระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก กำชับเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม.