กสิกรไทยดัน QRIS ระบบชำระเงินผ่าน QR Code

Date:

ชัช เหลืองอาภา

นายชัช เหลืองอาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยการดำเนินงานในปี 2566 ธนาคารกสิกรไทยจะเน้นการทำ Transformation โดยนำประสบการณ์ ความพร้อม และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจธนาคารที่มีมายาวนาน อีกทั้งธนาคารแมสเปี้ยนที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องความต้องการของคนในท้องถิ่น และธนาคารกสิกรไทยที่มีความชำนาญเรื่องบริการด้านดิจิทัลแบงกิ้งมาประยุกต์ ต่อยอด และพัฒนาบริการ พร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาวต่อไปผ่านการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจ 3 กลุ่มลูกค้า ได้แก่ กลุ่มองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง (Commercial) และกลุ่มลูกค้ารายย่อย (Retail) เพื่อผลักดันให้ธนาคารแมสเปี้ยนเติบโตเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในชวาตะวันออก (East Java) และเป็น 1 ใน 20 ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซียจากจำนวนสินเชื่อที่ปล่อยภายในปี 2570

โดยในปี 2566 นี้ธนาคารแมสเปี้ยนเตรียมเปิดตัว Quick Response Code Indonesia Standard หรือ QRIS เป็นบริการแรกภายหลังจากการเข้าเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นรวมในธนาคารแมสเปี้ยนเป็น 67.5% ในปี 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งบริการดังกล่าวเป็นระบบรับชำระค่าสินค้าและบริการของร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ ผ่าน QR Code มาตรฐานของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถรองรับการชำระเงินจากโมบายแบงกิ้ง ของธนาคารหรือผู้ให้บริการ e-Wallet ใดก็ได้ ผ่าน QR code เดียว โดย QRIS จะช่วยให้ร้านค้าและธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียสามารถรับการชำระเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็วและไร้กังวล ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จากการทำ K Shop แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้าในไทย เพื่อต่อยอดการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับร้านค้า (Merchant Application) ของธนาคารแมสเปี้ยนให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น อีกทั้งตั้งเป้าหมายที่จะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กในอินโดนีเซียสามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น ผ่านช่องทางการให้บริการต่าง ๆ ของธนาคารแมสเปี้ยน ก่อนที่จะขยายการให้บริการอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

นายชัช กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าถือหุ้นในธนาคารมาสเปี้ยนเป็นการประสานพลังจุดแข็งของธนาคารทั้งสองเข้าด้วยกัน และเป็นส่วนหนึ่งภายใต้กลยุทธ์การขยายธุรกิจในภูมิภาค ซึ่งลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยจะได้ประโยชน์จากการที่ธนาคารสามารถเป็นที่ปรึกษาเรื่องข้อมูลธุรกิจในตลาดอินโดนีเซียจากธนาคารแมสเปี้ยนซึ่งเป็นธนาคารท้องถิ่นที่มีประสบการณ์มายาวนาน รวมถึงจะได้รับประโยชน์จากบริการ One Stop Service และบริการธนาคารครบวงจร นอกจากนี้ จะมีการต่อยอดความสัมพันธ์จากฐานลูกค้าธุรกิจของธนาคารมีอยู่ในไทยและประเทศในภูมิภาค สร้างการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย ทั้งด้านห่วงโซ่การผลิต การลงทุน และการค้า ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจในไทย อินโดนีเซีย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ยังเชื่อมั่นว่าด้วยจุดแข็งด้านบริการทางการเงินและศักยภาพทางเทคโนโลยีของธนาคารกสิกรไทย ผสานกับความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานในท้องถิ่นของธนาคารแมสเปี้ยน จะสามารถพัฒนาบริการที่ช่วยให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการท้องถิ่นในอินโดนีเซียเข้าถึงสินเชื่อและบริการทางการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น เพื่อสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ