“กรุงไทย” กำไรสุทธิ 10,067 ล้านบาท

Date:

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร เท่ากับ 10,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% จากในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 24.0%

รายได้รวมจากการดำเนินงานขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง 18.8% จากพอร์ตสินเชื่อที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิและรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานขยายตัวจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการแก่ลูกค้า

ทำให้ Cost to Income Ratio เท่ากับ 38.70% ลดลงจาก 41.25% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลตามฤดูกาลที่ Cost to Income Ratio ในไตรมาสอื่นจะสูงขึ้นกว่าไตรมาส 1

ทั้งนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยพิจารณาถึงการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน รวมทั้งเงินเฟ้อซึ่งแม้ว่าจะเริ่มลดลงแต่ยังคงอยู่ระดับที่สูง และยังคงรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 183.2% เทียบกับ 179.7% เมื่อสิ้นปี 2565 พร้อมทั้งบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPLs Ratio-Gross) 3.22% ลดลงจากสิ้นปี 2565

เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร เพิ่มขึ้น 24.1% โดยกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 14.1% ทั้งรายได้รวมจากการดำเนินงานที่ขยายตัว 1.8% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 13.0% ส่วนหนึ่งเนื่องจากในไตรมาส 4 ปี 2565 มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล เช่น การส่งเสริมการตลาด ทั้งนี้ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เพื่อยังคงรักษา Coverage ratio ในระดับสูงที่ 183.2% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 ธนาคาร (งบการเงินเฉพาะธนาคาร) มีเงินกองทุนชั้นที่ 1 16.55% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง และมีเงินกองทุนทั้งสิ้น 19.75% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงมีสภาพคล่องในระดับที่เพียงพอ โดยมี Liquidity Coverage ratio (LCR) ที่ไม่ต่ำกว่า 180% อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ธปท.กำหนด

ในปี 2566 ธนาคารดำเนินธุรกิจภายใต้ 7 ยุทธศาสตร์หลัก ตามแผนงาน 5 ปี (2566-2570) เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ภายใต้แนวคิด “มุ่งสร้างคุณค่า สู่ความยั่งยืน” เพื่อให้ธนาคารเติบโตอย่างมั่นคง ตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม ทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มุ่งสร้างโอกาสให้คนไทย ธุรกิจไทยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้

คลัง ขานรับนโยบาย ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ หนุนสินเชื่อให้ครัวเรือนผ่านแบงก์รัฐ

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’

รัฐบาล เดินหน้าปลดล็อกต้นทุนเกษตรกร ดันงานวิจัย ‘ปุ๋ยสั่งตัด’ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดค่าปุ๋ยเคมีเกินกว่าครึ่ง

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด

นายกฯ อนุทิน ควงภริยา แอ่วเชียงใหม่วันหยุด เช็กอินร้านอาหารเหนือ

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ปชช.

ปลัดคลัง ยัน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ ได้ประโยชน์ 3 เด้ง ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน พลังงานสะอาดประเทศเพิ่ม ลดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซผลิตไฟ