ธอส. จัดทำ 3 มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน

Date:

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า “ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” นอกจากจะสนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมามากกว่า 4.4 ล้านครอบครัวแล้ว ธนาคารยังพร้อมช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้สามารถผ่อนชำระเงินงวดได้ตามความเหมาะสมต่อเนื่องจากปี 2566 ที่ได้ดำเนินการจัดทำมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง โดยนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยที่ผ่านมาสามารถช่วยเหลือลูกค้าให้กลับมาผ่อนชำระได้ตามปกติเป็นจำนวนมาก ณ วันที่ 26 ธันวาคม 2566 มีจำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการสูงถึง 196,232 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือ 200,055 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารสามารถบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4.06% ดีกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้และมีแนวโน้มลดลง” 

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกค้าให้กลับมามีความสามารถในการผ่อนชำระเงินงวดมากขึ้น ธอส. จึงได้เดินหน้าจัดทำ “มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567” โดยให้ความช่วยเหลือนาน 1 ปี จำนวน 3 มาตรการ ประกอบด้วย

1. มาตรการภาคครัวเรือน “HD1” สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1-3 จำนวน 1,000 บาท (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี, เดือนที่4-6 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90 % +100 บาท และเดือนที่ 7-12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 3.90 % +100 บาท กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ(หากมี)

2. มาตรการภาคครัวเรือน “HD2” สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ SM ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1 – 3 คำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90% +100 บาท, เดือนที่ 4 – 6  ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 3.90 % +100 บาท และเดือนที่ 7 – 12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2% +100 บาท (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.90% ต่อปี) กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี)

3. มาตรการภาคครัวเรือน “HD3” สำหรับกลุ่มลูกค้าสถานะ NPL ที่กู้เงินกับธนาคารมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเดือนที่ 1 – 4 จำนวน 1,000 บาท (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด) อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี, เดือนที่ 5-8 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 1.90 % +100 บาท และเดือนที่ 9 – 12 ผ่อนชำระเงินงวดคำนวณจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% +100 บาท กรณีลูกค้าชำระเกินที่ธนาคารกำหนดให้นำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระ (หากมี)

“ลูกค้าส่วนใหญ่ของ ธอส. เป็นผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง และมีกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ทำให้ขาดความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ เสี่ยงต่อการตกชั้นหนี้ และต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หรือ SM ซึ่งกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ ธอส. ให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำมาตรการปรับปรุงโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืน ที่จะสิ้นสุดมาตรการให้ความช่วยเหลือในปี 2566 นี้ รวมไปถึงการตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ให้นานที่สุด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า ดังนั้นเชื่อว่าการออกมาตรการช่วยเหลือ 3 มาตรการนี้ จะสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและจะช่วยให้ลูกค้าสามารถรักษาบ้านของตนเองไว้ได้ต่อไป” นายกมลภพ กล่าว 

สำหรับลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการข้างต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม – 31 มีนาคม 2567 ผ่านทาง Application : GHB ALL BFRIEND โดยลูกค้าจะต้อง Upload หลักฐานยืนยันการได้รับผลกระทบทางรายได้เพื่อให้ธนาคารพิจารณาด้วย ส่วนกรณีที่ลูกค้าไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถกรอกข้อมูลเพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สาขาทั่วประเทศ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank  Call Center โทร.0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Application : GHB ALL GEN และ  www.ghbank.co.th

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

นายกฯ ยันไทยพร้อมรับมือ  สหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36%

นายกฯ ยันไทยเตรียมพร้อมรับมือ มีแผนระยะสั้น-ยาว หลังสหรัฐฯเคาะภาษีนำเข้าไทยสูง​ 36% ​ ตั้งทีมเจรจา​ เชื่อยังต่อรองได้

ค่าเงินบาท “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก” หลังทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าไทย

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ

นายกฯ ยัน ไม่รีบดันร่าง “พ.ร.บ. กาสิโน” เข้าสภาฯ ลั่น พยายามบริหารงานทุกทางไม่ให้เกิดความขัดแย้ง บอกยังมีเวลาทำความเข้าใจ

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว

ส่งออกไทยเดือดร้อนหนักแน่แล้ว หลังทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีไทย ภาษีฐาน 10% บวกภาษีตอบโต้อีก 36% รวมเป็น 46%