
วิจัยกรุงศรี ประเมินว่า จากอัตรา GDP ไตรมาส 4 ปี 2567 แม้เติบโตได้ 3.2% YoY แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สภาพัฒน์ฯ รายงานเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนขยายตัว 3.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.9% และเมื่อหักผลของฤดูกาลออกแล้ว GDP เติบโตเพียง 0.4% QoQ เทียบกับ 1.2% ในไตรมาสก่อนหน้า สำหรับทั้งปี 2567 เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำที่ 2.5% จาก 2.0% ในปี 2566 ส่วนในปี 2568 สภาพัฒน์ฯ ยังคงคาดการณ์อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไว้ที่ 2.3-3.3% (ค่ากลางที่ 2.8%)
เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 ฟื้นตัวต่ำกว่าคาด และแรงส่งมีสัญญาณอ่อนแอลง สะท้อนจาก (i) การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในระดับเดิมแม้จะมีมาตรการแจกเงินสด แก่กลุ่มเปราะบางกว่า 1.4 แสนล้านบาทตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนปีก่อน (ii) การลงทุนภาคเอกชนยังหดตัวแม้การลงทุนภาครัฐเติบโตเร่งขึ้น ชี้ถึงการขาด crowding-in effect และ (iii) การส่งออกสินค้าแม้ขยายตัวเกินคาด แต่ไม่สามารถช่วยหนุนการลงทุนภาคเอกชนและการผลิตภาคอุตสาหกรรม
สำหรับแนวโน้มปี 2568 วิจัยกรุงศรีเตรียมปรับลดคาดการณ์ GDP ลงจาก 2.9% เนื่องจาก (i) อุปสงค์ในประเทศอ่อนแอทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน (ii) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ส่งผลบวกค่อนข้างจำกัด (เฟส 2 วงเงินเพียง 30,000 ล้านบาท และเหลือวงเงินอีก 1.57 แสนล้านบาท สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตในปีนี้) (iii) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจไม่เป็นไปตามที่เคยคาดไว้ที่ 40 ล้านคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวช้า และ (iv) หากสหรัฐฯ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าอาจกระทบต่อการค้าและการส่งออกของไทย
ทั้งนี้ ปัจจัยบั่นทอนและความเสี่ยงข้างต้นเปิดทางให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ และหากไม่มีการปรับดอกเบี้ยในเดือนนี้ ยังมีโอกาสที่จะเห็นการปรับลดในเดือนเมษายน หลังมีความชัดเจนเรื่องภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวต่อเนื่องแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ทางการขยายมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้ครัวเรือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคมปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน ที่ 59.0 จาก 57.9 ในเดือนธันวาคม ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การท่องเที่ยวในประเทศที่ปรับดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวก้บโอกาสในการหางาน รายได้ในอนาคต ตลอดจนค่าครองชีพที่ยังทรงตัวในระดับสูง
แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับดีขึ้นต่อเนื่องแต่นับว่ายังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด (ปี 2562 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 75.5) ขณะที่แรงหนุนหลักจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการใช้จ่ายในระยะสั้น อาทิ การแจกเงินสด 10,000 บาท เฟส 1 กับกลุ่มเปราะบาง (ราว 14 ล้านคน) และเฟส 2 แก่กลุ่มผู้สูงอายุ (กว่า 3 ล้านคน) สำหรับแนวโน้มการบริโภคภาคเอกชนในปีนี้ วิจัยกรุงศรีคาดว่าจะเติบโตชะลอลงจากปีก่อนๆ ส่วนหนึ่งได้รับแรงกดดันจากค่าจ้างที่แท้จริงที่อยู่ในระดับต่ำ โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2562 (ก่อนโควิด) เพียง 3.2% ประกอบกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการใช้จ่าย ทั้งนี้ ยังต้องติดตามผลจากมาตรการบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้รายย่อยผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ซึ่งล่าสุดมีการขยายไปยังกลุ่มลูกค้านอนแบงก์ และขยายเวลาลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการออกไปเป็นสิ้นเดือนเมษายนนี้