คลังเปิด 3 มาตรากรการเงินใหญ่ ฟื้นฟูน้ำท่วมใต้

Date:

คนละครึ่งพลัส

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2568 และได้ขยายเป็นวงกว้างครอบคลุม 12 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินบ้านเรือน และกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ การดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจของประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ให้ความเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ตามประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. โครงการช่วยเหลือ พักเงินต้น ยกดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ (โครงการช่วยเหลือฯ) เพื่อลดภาระการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions: SFIs) ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกหนี้ SFIs ให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว โดยลูกหนี้ได้รับการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 12 เดือน โดย SFIs ยกเว้นการคิดดอกเบี้ยในช่วงเวลาการพักชำระหนี้ (คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี) และให้ความช่วยเหลือรายละไม่เกิน 1,000,000 บาทต่อ SFIs โดยลูกหนี้ยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

2. โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ (โครงการสินเชื่อเพื่อเยียวยาฯ) เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีสภาพคล่องฉุกเฉินในการดำรงชีพ หรือใช้เป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ หรือใช้เป็นเงินทุนในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ โดย SFIs สนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมให้ลูกหนี้เดิมภายใต้วงเงินกู้เดิมกับ SFIs วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี ลูกหนี้เดิมของ SFIs สามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

3. โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ (โครงการสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูฯ) เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีเงินทุน เพื่อต่อเติมหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ โดย SFIs สนับสนุนสินเชื่อเพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยมีเงินทุน เพื่อต่อเติม หรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพ SFIs วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 1,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี ผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569

สำหรับลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) ที่ประสบอุทกภัย คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังประสานธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือของ SFIs โดยเร็วต่อไป

กระทรวงการคลัง เห็นว่ามาตรการด้านการเงินเพื่อช่วยเหลือ เยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยได้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคใต้ให้มีภาระต้นทุนลดลงและมีเงินทุนหมุนเวียน สามารถฟื้นฟูกิจการ ปรับปรุงและซ่อมแซมที่พักอาศัย อาคาร โรงงาน เครื่องจักร เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุดและไม่เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างต่อไป 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

o ธนาคารออมสิน โทร. 02 299 8000 หรือสายด่วน 1115

o ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร. 02 555 0555

o ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โทร. 02 645 9000

o ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย โทร. 02 265 3000 หรือสายด่วน 1357

o ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย โทร. 02 169 9999 

o ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โทร. 02 650 6999 หรือสายด่วน 1302

Share post:

spot_img
spot_img

Related articles

คปภ. สื่อสารประกันภัยรูปแบบใหม่ ผ่านศิลปะอัตลักษณ์ชุมชน

คปภ. เปิดตัว INSURANCE STREET SENSE ใน Bangkok Design Week 2026 สื่อสารประกันภัยรูปแบบใหม่ผ่านศิลปะอัตลักษณ์ชุมชน

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18%

กบข. ปี 2568 แกร่ง สร้างผลตอบแทนสมาชิก 5.18% เปิดแผนปี 69 กระตุ้นออมเพิ่ม ให้เกษียณมีสุข

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองคำบนแพลตฟอร์มที่ชำระเป็นเงินบาท ห้ามเกิน 50 ล้านบาท พร้อมยกระดับความโปร่งใสในการซื้อขาย มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2569

Atome จับมือแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง 

Atome ประเทศไทย เดินหน้าขยายฐานลูกค้า จับมือบริษัทผู้นำแบรนด์แฟชันระดับโลก มอบบริการช้อปก่อนจ่ายทีหลัง