
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า การบริหารของ กบข. คือ การสร้างผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนที่สมาชิกเลือก เช่น ถ้าเป็นแผนหลักจะชนะเงินเฟ้อ 10 ปี บวก 2% และแผนทางเลือกจะชนะเงินเฟ้อ 10 ปี บวก 3% ซึ่งแต่ละแผนเป็นไปความต้องการของสมาชิก จะสามารถมีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่าย ดำรงชีพหลังเกษียณอายุ ซึ่งเป็นหลักการบริหารสำคัญของ กบข.
ทั้งนี้ การบริหารลงทุนของ กบข. ให้กับสมาชิก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้คณะกรรมการลงทุน ที่กระจายการลงทั้งทรัพย์สินในประเทศ และต่างประเทศ มีการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ตามสถานการณ์ที่เหมาะสมเปลี่ยนไป มีการติดตามใกล้ชิด หากสถานการณ์เปลี่ยนเราก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนตามสถานการณ์ แต่ไม่ใช่การเปลี่ยนแบบรายวัน
อย่างไรก็ดี ยืนยันว่า กบข. ไม่ใช่กองทุนเก็บกำไร แต่เป็นกองทุนที่เน้นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคงให้กับสมาชิกในระยะยาว ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาจึงให้ความสำคัญกับการทบทวนนิยามประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุนอย่างใกล้ชิด จากเดิมนิยามสินทรัพย์มีเพียงสินทรัพย์มั่นคง กับสินทรัพย์เสี่ยง หรือสินทรัพย์อื่น ๆ เป็นนิยามใหม่ ว่า สินทรัพย์เชิงรุก และสินทรัพย์เชิงรับ โดยได้มีการติดตามสถานการณ์ และปัจจัยต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
นายทรงพล กล่าวว่า ที่ผ่านมา กบข.มีแผนทางเลือกให้สมาชิกเลือกลงทุนในทองคำมากขึ้น เนื่องจากมีราคาเพิ่มขึ้นมาก แต่ได้ทำความเข้าใจสมาชิกว่าแผนการลงทุนทอง เป็นแผนการลดความเสี่ยง ราคาทองคำไม่มีวันขึ้นตลอดไป เพราะเมื่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มีความนิ่ง เชื่อว่าราคาทองคำก็จะทรงตัวไม่ได้ปรับขึ้นแรงเหมือนปัจจุบัน




