
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังและพลังงาน ติดตามสถานการณ์และหารือกันอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ราคาผันผวนอย่างมาก จากเมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2569 สูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาเรล ก่อนจะปรับลดลงมาเหลือที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาเรล
ดังนั้น ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะและเงื่อนไขในการออกมาตรการดูแล รวมถึงความเหมาะสมในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งขณะนี้ยังไม่จำเป็น เพราะกองทุนน้ำมันสามารถก่อหนี้เองได้ 2-3 หมื่นล้านบาท รองรับการพยุงราคาน้ำมัน ก่อนที่จะมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ต้องดูรายละเอียดวงเงินที่ต้องกู้ ส่วนมาตรการลดภาษีน้ำมัน เป็นมาตรการสุดท้ายหลังจากการออก พ.ร.ก.กู้เงินแล้ว และยังมีความจำเป็นต้องพยุงราคาน้ำมัน
นายลวรณ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการประหยัดพลังงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้อง ว่า เมื่อระดับราคาพลังงานเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ก็ต้องประหยัด แม้ว่าพลังงานจะยังมีเพียงพอไม่ได้ขาด



