
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ว่า คาดว่าจะสามารถเปิดลงทะเบียนได้ภายในเดือน มิ.ย.- ก.ค. 2569 โดยเบื้องต้นอาจจะเปิดให้ลงทะเบียนราว 1-2 สัปดาห์ และจะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบข้อมูลและคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนว่าเป็นไปตามเกณฑ์ของโครงการหรือไม่ ราว 1-2 เดือน ดังนั้นจึงประเมินว่าน่าจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ไม่เกินเดือน ก.ย. 2569
ทั้งนี้ ยืนยันว่าการลงทะเบียนรอบนี้จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมที่มีการเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยหลักเกณฑ์ในส่วนของรายได้จะยังคงกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี เช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ทรัพย์สิน ขณะเดียวกันก็จะมีการเพิ่มหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใหม่เข้ามา ซึ่งจะนำมาใช้ประกอบเพื่อดูฐานะของบุคคลนั้น ๆ โดยหลักเกณฑ์อะไรที่จะสามารถเอามาวัดหรือเปรียบเทียบได้จะมีการดึงมาใช้ทั้งหมด เช่น หากพบว่าบุคคลที่ลงทะเบียนมีชื่อเป็นกรรมการบริษัท ก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที เพื่อสกัดเรื่องนอมินี และจะมีการตรวจสอบข้อมูล ณ เวลานั้น เพื่อให้เป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด โดยมีกระบวนการ หรือวิธีการตรวจสอบที่เที่ยงตรงและแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทำให้เชื่อว่ารอบนี้จะมีการคัดกรองรายชื่อผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถูกตรงมากขึ้น และจะมีผู้ได้รับสิทธิ์ลดลงจากปัจจุบันมีผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ที่ราว 13.4 ล้านคน
“รอบนี้จะให้ลงทะเบียนโดยใส่ชื่อ นามสกุลและเลขบัตรประจำตัวประชาชนเท่านั้น หลังจากนั้นจะมีการนำไปตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบ Data Lake ของกระทรวงการคลัง ซึ่งปัจจุบันมีการเชื่อมข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้วกว่า 20 หน่วยงาน มีข้อมูลของประชาชนราว 60 กว่าล้านราย ดังนั้นด้วย Logic ที่ว่าเกณฑ์เข้มข้นมากขึ้น การตรวจสอบในส่วนที่เป็นคำถามของสังคมมาตลอดว่า คนนี้จนไม่จริง ทำไมยังได้สิทธิ์จะถูกปิดช่องโหว่แน่นอน ทำให้เชื่อว่าคนที่ได้รับสิทธิ์รอบนี้จะต้องลดลง ข้อมูลใน Data Lake จะตรวจสอบ คัดแยกได้ว่ามีพวกไม่จน หรือพวกอยากจนอยู่เท่าไหร่ เพราะคลังเชื่อว่าไม่ควรจะมีคนที่ไม่จนแล้วได้รับบัตรสวัสดิการอีกต่อไป กลุ่มนี้จะถูกดีดออกไป เหมือนเป็นการทำความสะอาดฐานข้อมูล (Cleansing Data) ครั้งใหญ่เกณฑ์ที่เข้มข้นมากขึ้นยังช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณด้วย จากปัจจุบันมีการใช้งบประมาณในบัตรสวัสดิการ ราว 4.7 พันล้านบาทต่อเดือน” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ
สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนนั้น กระทรวงการคลังอยากปรับให้เป็นการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เช่น ผ่านระบบ ThaID และแอปพลิเคชันทางรัฐ เป็นต้น และการรับสิทธิ์รอบนี้ก็ควรจะรับสิทธิ์ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อจะได้ลบทุจริต จากปัจจุบันการรับสิทธิ์ผ่านบัตรประชาชน เพราะเดิมที่โครงการนี้ออกแบบมาโดยพุ่งเป้าที่กลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก จึงมีการสร้างระบบให้รับสิทธิ์ผ่านบัตรประชาชน แต่ก็ต้องต้องยอมรับว่ายังมีช่องโหว่เรื่องการทุจริต ยืมบัตรประชาชนกันไปมาเพื่อรับสิทธิ์อยู่ ดังนั้นหากเป็นไปได้หลังจากนี้จะค่อย ๆ ทยอยปรับให้มีการรับสิทธิ์และใช้บริการต่าง ๆ ผ่านระบบที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ในส่วนของข้อมูลในระบบ Data Lake ของกระทรวงการคลังนั้น นายลวรณ ยืนยันว่า ณ ปัจจุบันข้อมูลมีความสมบูรณ์มากที่สุด และมั่นใจว่าหลังจากนี้ข้อมูลจะมีความสมบูรณ์และดีขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อยกระดับให้กระทรวงการคลังเป็น Data Haven Organization จริง ๆ และจะสามารถนำข้อมูลมาใช้ต่อยอดในมิติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การออกแบบนโยบายเพื่อให้ตรงและสอดคล้องกับงบประมาณและความต้องการของประชาชน หรือพัฒนาไปสู่แนวทางการให้เงินช่วยเหลือจากรัฐสำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่มีรายได้ (Negative Income Tax : NIT) หรือนวัตกรรมคะแนนเครดิตรูปแบบใหม่ (Ari Score)



